ใกล้แล้ว...ใกล้แล้ว
เทศกาลละครกรุงเทพกำลังจะมา
เทศกาลละครกรุงเทพกำลังจะมา

วาวาและผองเพื่อนก็ไปร่วมทำการแสดงในงานนนี้ด้วย และได้รับเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่น

บรรยากาศงานแถลงข่าวเทศกาลละครกรุงเทพ 2010


วาวาและผองเพื่อนก็ไปร่วมทำการแสดงในงานนนี้ด้วย และได้รับเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่น


October 26 (7.30 pm.) & 27 (2.00, 7.30 pm.), 2010
This project is part of Mekong Creative Communities Arts for Advocacy Fellowship 2010

อย่างยิ่งจากวรรณกรรมเรื่อง “ปีศาจ” ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ เข้ามาด้วย ความประหลาดยังมีมากกว่านี้ เพราะว่าในหลายๆครั้งนักแสดงที่กำลังแสดงเป็นตัวละครในเรื่องก็หันมาพูดกับคนดู รวมทั้งนักแสดงคนหนึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นตัวละครต่างๆได้มากมาย โดยนักแสดงทุกคนจะใส่ชุดดำเป็นพื้นฐาน (ยกเว้นผู้แสดงเป็นอาจารย์ปรีดี) พอเป็นตัวละครหนึ่งก็เอาเสื้อหรือผ้ามาใส่ประกอบเพื่อให้รู้ว่าเป็นตัวละครใด พอเปลี่ยนเป็นตัวละครตัวใหม่ ก็เอาเสื้อหรือผ้าอีกลักษณะหนึ่งมาเปลี่ยน เช่น คนที่เล่นเป็นแม่พลอยก็แค่เอาสไบมาห่ม พอหมดบทแม่พลอย ก็เอาสไบออก ไปเป็นตัวละครอื่นๆต่อไป เป็นต้น ฉากหลังของละครก็เป็นผืนผ้าสีดำ บนเวทีก็มีแท่นสีดำๆอยู่ 3 แท่น จัดวางเปลี่ยนที่ไปมาในแต่ละฉากต่อหน้าคนดู และคนที่จัดวางแท่นเหล่านี้ก็คือนักแสดง!
ยอรมัน แต่อาจารย์เจตนาก็ได้กล่าวว่า “จะว่าเป็นละคร “เอพิค” ตามแบบฉบับของเบรคชท์อย่างตายตัวก็เห็นจะไม่ใช่ ผู้กำกับการแสดงคงจะได้สั่งสมความรู้ในด้านกลวิธีมาอย่างกว้างขวางและก็สามารถคิดต่อเลยไปจากเทคนิคที่ใช้กันอยู่ทั่วไป... การที่ผู้กำกับการแสดงนำเทคนิคที่เรียกว่าการ “ตัดแปะ” (collage) มาใช้นั้นนับว่าทำได้อย่างน่าสนใจมาก... เพราะทั้งแม่พลอยจาก สี่แผ่นดิน และ สาย สีมา จาก ปีศาจ ก็ปรากฏตัวในละครเรื่องนี้ การนำเอาวรรณกรรมที่คนดูส่วนใหญ่รู้จักมาสอดแทรกไว้ในละครเรื่องใหม่เป็นการกระตุ้นให้ผู้ชม “หยุดคิด” และ “ฉุกคิด” ในกรณีของสี่แผ่นดิน ผู้สร้างบทให้โอกาสแม่พลอยออกมาแสดงความฉงนสนเท่ห์ต่อความเปลี่ยนแปลงที่เธอรับไม่ได้ถึงสองครั้งสองครา และในครั้งที่สองนั้น แม่พลอยเดินออกจากบท ผละหนีออกจากกรอบของวรรณกรรมเรื่องสี่แผ่นดิน ไปร้องเรียนต่อ “คุณชาย” แห่งซอยสวนพลูว่าเธอไม่อาจรับความเปลี่ยนแปลงอันแสนจะปวดร้าวได้ ผมต้องยอมรับว่ายังไม่เคยชมละครเรื่องใด ทั้งไทยและเทศ ที่นำเอาเทคนิค “การทำให้แปลก” (ซึ่งเป็นมรดกของเทคนิคการแสดงที่เบรคชท์เรียกว่า “Verfremdung”) มาใช้ในเชิงสร้างสรรค์ซึ่งสร้างทั้งความคิดและความบันเทิงได้ดีเท่านี้ ในกรณีของนวนิยาย ปีศาจ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ นั้น ก็มีการตัดตอนมาจากฉากที่เจ้าคุณพ่อของรัชนีจัดงานเลี้ยงอันใหญ่โต และใช้โอกาสนั้นบริภาษ สาย สีมา และเมื่อสาย สีมา ตอบโต้ว่า “ผมเป็นปีศาจที่กาลเวลาได้สร้างขึ้นมาหลอกหลอนคนที่อยู่ในโลกเก่า” ผู้ชมก็เข้าใจได้ทันทีว่าปีศาจสัมพันธ์กับคือผู้อภิวัฒน์อย่างไร...”
วันที่ 27 สิงหาคม 2553
นิทรรศการหน้างาน
ผู้ชมเต็มห้อง

เริ่มเรื่อง




เสียงกระซิบจากแม่น้ำ

คือผู้อภิวัฒน์