Showing posts with label พระจันทร์เสี้ยว โรงละครพระจันทร์เสี้ยว. Show all posts
Showing posts with label พระจันทร์เสี้ยว โรงละครพระจันทร์เสี้ยว. Show all posts

04 February 2015

ทำความรู้จักกับสี่สาวผู้เขียนบท In Outer Space


ชนิดา ปัญญาเนรมิตดี :จิ๊บ
จิ๊บกำลังศึกษาอยู่ คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเขียนบทละครเวที ออกสู่สารธารณชน 2 เรื่อง คือ เรื่อง "Covertal" ในเทศกาล Take-off และเรื่อง “ติ่ง" ในเทศกาลละครกรุงเทพ 2557 บทของจิ๊บมีความตลกร้ายแต่น่ารักน่าเอ็นดู นอกจากนี้จิ๊บยังให้ความสนใจกับการแสดง และมีผลงานการแสดงใน Covertal ที่ Art street ราชดำเนิน และเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงบูโต “Buddha dancing corpse from suan mohk” โดย Khandha Arts'n Theatre company



ภัทรนันทน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา : แป๋ม
แป๋มสำเร็จการศึกษาจาก ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ศิลปนิพนธ์เขียนบทเรื่อง Not Him But Her ของเธอได้สร้างปรากฎการณ์ในประเด็นหญิงรักหญิงได้อย่างงดงาม และได้ถูกนำมาจัดแสดงอีกครั้งในเทศกาล Take Off ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี แป๋มเคยร่วมงานกับพระจันทร์เสี้ยวการละคร ในการแสดงอ่านบทละคร “อ่านเรื่องเพศ” เรื่อง How to spot a lesbian ในเทศเทศการศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่7



ภัทรียา พัวพงศกร : สตางค์
สตางค์สำเร็จการศึกษาจาก ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ผลงานเขียนบทที่ผ่านมา คือ The Plastic Girl in the Fantastic World จัดแสดงในเทศกาล Take Off และถูกนำมาแสดงอีกครั้งที่ Thong Lor Art Space สตางค์เคยร่วมงานเขียนบทในเทศกาลละคร 24 ชั่วโมงของพระจันทร์เสี้ยว นอกจากเขียนบทแล้วยังเป็นนักแสดง เช่น ปีศาจหัวโต Adoption และ The Cult ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์รับงานเขียนและแปล



อรุณโรจน์ ถมมา : ลูกอิน
ลูกอินจบการศึกษาจาก ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ปัจจุบันเป็นนักการละคร และนักออกแบบแสง เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวการละคร ผลงานเขียนบทที่ผ่านมาคือ “พลูโตที่รัก” 10 minute play ครั้งที่ 1 นอกจากนี้ยังมีผลงานการแสดง เช่น คือผู้อภิวัฒน์ (2553) และ ผีแมวดำ ของพระจันทร์เสี้ยวการละคร


08 May 2014

เปิดรับบทใหม่ 10 Minute PLaY #3


เปิดรับบทใหม่
10 Minute PLaY #3



พระจันทร์เสี้ยวขอเชิญชวนคนรักการเขียนบทละคร ส่งบทละครสั้นที่เขียนขึ้นใหม่และยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน มาเข้ารับการคัดเลือกกับเรา ไม่จำกัดประเด็น ไม่จำกัดประสบการณ์ทางการละครและอายุของผู้เขียน แต่จำกัดความยาวของบทละคร ถ้าหากจัดแสดงควรอยู่ในช่วงเวลา ประมาณ 10-15 นาที

งานนี้ไม่มีโล่และเงินรางวัลหรือประกาศนีบบัตรจะมอบให้ แต่เรามีการจัดกระบวนการเพื่อพัฒนาบท ประสบการณ์จากกระบวนการกลุ่ม ประสบการณ์จากการจัดการแสดงให้ในรูปแบบ play reading และ post talk หลังการแสดง

หากบทละครของคุณมีความน่าสนใจ เราจะเลือกมาเข้าร่วมกระบวนการกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ดูแลโครงการ ผู้กำกับ และ นักแสดง เพื่อทำการจัดแสดงในรูปแบบการแสดงอ่านบทละคร “10 Minute Play #3″ ซึ่งจะจัดแสดงในวันที่ 5-6 ก.ค. 57 ที่โรงละครพระจันทร์เสี้ยว (สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซ.ทองหล่อ)

หากสนใจเข้าร่วมโครงการ โปรดส่งบทละครสั้นของคุณมาทางอีเมล์ crescentmoon.workshop@gmail.com
 1.โปรดบอกชื่อจริงและนามสกุลจริง ของผู้เขียน มาในอีเมล์ด้วย
2. เราขอรับเพียง 2 บท จาก 1 ผู้เขียน

 เปิดรับบทใหม่ ตั้งแต่ 10 เม.ย. – 31 พ.ค. 57
 *** ประกาศผลบทใหม่ 10 มิ.ย. 57 ***

สอบถามเพิ่มเติมที่ 08 1929 4246
https://www.facebook.com/events/630131717066116/

ศรีดาวเรืองกับภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง


ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง


ในวาระครบรอบ 72 ปีชีวิตนักประพันธ์หญิงเจ้าของนามปากกา ศรีดาวเรือง คู่ชีวิต สุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือ สิงห์สนามหลวง พระจันทร์เสี้ยวการละครได้จัดการแสดงละครเวทีสั้นสองเรื่องควบจากผลงานเขียนของศรีดาวเรือง คือเรื่อง ภาพลวงตาของการเปลี่ยนแปลงสรรพนาม ซึ่งเป็นหนึ่งเรื่องสั้นชิ้นเอกในหลายเรื่อง นวนิยายขนาดสั้น เนินมะเฟือง จากการกำกับของสินีนาฏ เกษประไพ หนึ่งในสมาชิกพระจันทร์เสี้ยวการละครและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการนำเสนองานละครเวทีของพระจันทร์เสี้ยวร่วมกับสมาชิกคนอื่นของคณะ
การจับเอางานเขียนทั้งสองชิ้นมาทำเป็นละครเวทีเกิดจากการคัดเลือกร่วมกันของสมาชิกพระจันทร์เสี้ยว เพื่อเป็นการฉลอง 6 รอบอายุของศรีดาวเรือง ครบรอบ 38 ปี นามปากกา ศรีดาวเรืองซึ่งก่อเกิดขึ้นมาในโลกวรรณกรรมไทยเมื่อปี พ.ศ. 2518


                                                                    (ศรีดาวเรือง)

สินีนาฏในฐานะผู้กำกับละครเวทีสั้นทั้งสองเรื่องในชื่อใหม่ที่นำเอาทั้งสองชื่อมาผนวกกันว่า ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อผลงานเขียนของศรีดาวเรืองว่าประทับใจตั้งแต่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอนนั้นศึกษาอยู่ปี 2 ภาควิชาภาษาอังกฤษ อาจารย์สอนวรรณคดีอังกฤษเป็นผู้แนะนำให้อ่านงานของศรีดาวเรือง ได้อ่าน มัทรี ฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษเป็นเรื่องแรกและรู้สึกประทับใจกับประเด็นทางสังคมรวมทั้งเรื่องผู้หญิงที่นำเสนอ หลังจากนั้นจึงติดตามและหางานชิ้นอื่นๆ มาอ่านแต่ก็ยังอ่านได้ไม่ครบ การทำละครเวทีสั้นสองเรื่องควบ ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง ยากตรงการคัดเลือกเรื่องมานำเสนอในรูปแบบละครเวที ยิ่งอ่านยิ่งทำให้รู้ว่าผู้ประพันธ์เขียนเรื่องราวของผู้หญิงไว้จำนวนหลายเรื่อง เมื่ออ่านงานของศรีดาวเรืองทำให้เห็นทั้งตัวเอง นึกถึงและคิดถึงแม่ ค้นพบรายละเอียดเล็กๆ ของครอบครัว สวัสดิ์ศรี และค้นพบว่าบ้านนี้ชอบรถไฟ


                                            (สินีนาฏ เกษประไพ)

พระจันทร์เสี้ยวได้ลงมือในการกำหนดประเด็นการนำเสนอผลงานละครสั้นจากบทประพันธ์ของศรีดาวเรือง ทุกคนช่วยกันอ่านและสรุปประเด็นหลักๆ ที่ต้องการร่วมกัน คือ ผู้หญิง รถไฟ เมือง-ชนบท จึงตัดสินใจร่วมกันเลือกสองเรื่องข้างต้น ภาพลวงตาของการเปลี่ยนแปลงสรรพนาม เป็นเรื่องที่ยากมากในความรู้สึกของสินีนาฏ มีเรื่องระหว่างบรรทัดเกิดขึ้นมากมาย ในเรื่องพูดถึงความรัก ความใคร่ ความพาฝันของผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและเป็นชนชั้นกลางของสังคมเมือง มีความนิ่งเงียบในน้ำเสียงและบรรยากาศของเรื่องแต่มีความแรงลึก นวนิยายสั้นเรื่องนี้ประพันธ์เมื่อปี พ.ศ. 2530 และเป็นความคิดของผู้หญิงคนหนึ่งที่ล้ำหน้ามากเมื่อเทียบกับยุคสมัยในตอนนั้น
ผู้กำกับเลือกให้บทสนทนาในเรื่องเป็นไปและไหลลื่นไปตามตัวบทประพันธ์ดั้งเดิม ไม่เปลี่ยนคำ คำในเรื่องที่เป็นภาษาวรรณกรรม เน้นให้ตัวละครพูดให้มีความหมายและให้สมจริง เล่าแบบที่บทประพันธ์ต้องการสื่อที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีฉากประกอบง่ายๆ เป็นภาพมัลติมีเดียฉายประกอบเพื่อเป็นฉากรถไฟกำลังแล่น ตัวละครนั่งอยู่ในรถไฟและอยู่ที่ชานชาลา ผู้กำกับเลือกการทำฉากแบบง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนมาก คงเนื้อหาที่แน่นและไม่ตกหล่นประเด็นที่ต้องการนำเสนอ เป็นต้นแบบสำหรับกลุ่มละครต้นทุนน้อยแต่เน้นการทำงานให้ได้คุณภาพ
การเลือกหยิบนวนิยายขนาดสั้นเรื่อง เนินมะเฟือง สอดคล้องกับประเด็นรถไฟ ผู้หญิง เมืองและชนบทเช่นเดียวกับเรื่อง ภาพลวงตาของการเปลี่ยนแปลงสรรพนาม สินีนาฏเลือกเรื่องนี้ที่ให้ทั้งภาพชนบท วัยเด็ก การเติบโต การมาของความเจริญ และสิ่งที่ร่วมกันของผู้หญิงที่เป็นตัวละครในทั้งสองเรื่องที่ผู้กำกับมองเห็นชัดเจนได้แก่ ผู้หญิงจากทั้งสองเรื่องเป็นผู้เลือกชีวิตของพวกเธอเอง ชิ้นงานมีความสวยงาม การเล่าเรื่องเรียบเรื่อย ไม่กระแทกกระทั้น ที่สำคัญคือผู้หญิงในเรื่องเลือกได้แม้มีข้อจำกัดและสิ่งที่พวกเธอเลือกคือสิ่งที่ทำยากมาก
ในส่วนของเจ้าของบทประพันธ์ซึ่งได้มาชมการแสดงทั้งสองเรื่อง รู้สึกพอใจมากกับการทำงานละครสั้นทั้งสองเรื่องนี้ออกมาในรูปแบบละครเวที พระจันทร์เสี้ยวเคยทำภาพยนตร์สั้นเรื่องมัทรีซึ่งนำมาจากบทประพันธ์เรื่อง มัทรี ของศรีดาวเรือง ประเด็นที่ผู้กำกับนำเสนอก็ไม่ผิดไปจากที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อออกมากับผู้อ่าน เมื่อคณะติดต่อว่าจะนำงานเขียนมาจัดแสดงยังนึกภาพไม่ออกว่าจะนำเสนอแบบไหน แต่เมื่อมาชมก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองเรื่องมีรถไฟเป็นสัญลักษณ์เพื่อจะสื่อกับผู้ชมว่า รถไฟมีทั้งความเจริญ ความชั่วร้าย และอะไรอีกหลายๆ อย่างที่มาพร้อมกับมัน “เรื่องเนินมะเฟืองตอนที่เขียนก็นำมาจากเรื่องและบุคคลใกล้ตัว เป็นเรื่องนินทาตามประสาชาวบ้าน ต้นเรื่องมาจากเรื่องเล่า และคิดว่าผู้หญิงต้องมีสิทธิ์ในการจะตัดสินใจทำอะไรได้ด้วยตัวเองเช่นกัน” ศรีดาวเรืองกล่าวในวันเสวนาหลังละครเวทีทั้งสองเรื่องจบลง


                                        (สิงห์สนามหลวง และ ศรีดาวเรือง)

ความในใจของผู้ประพันธ์ – ศรีดาวเรือง “หมู่บ้านเนินมะเฟืองจะมีอยู่จริงหรือไม่  ฉันไม่ทราบ   หมู่บ้านในเรื่องนี้ – สำหรับชื่อ-มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจินตนาการ  ส่วนเนื้อหาที่ปรากฏ – มีอยู่จริง   ท่านจะอ่านและสังเกตได้จาก “ข่าวพาดหัว” เท่าที่เคยผ่านตา และน่าจะมีปรากฏขึ้นมาต่อไป
สำหรับฉัน – ฉันมิได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นเพื่อขัดแย้งกับศีลธรรม  ฉันเขียนเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่อง “จักรๆ วงศ์ๆ ยุคใหม่” ที่เส้นทางคมนาคมได้กลายเป็นตัวกำหนดบทบาทและค่านิยมของผู้คนในหมู่บ้านห่างไกล
ฉันเขียน เนินมะเฟือง โดยตั้งใจให้เป็นเพียง ภาพร่างเบื้องต้นของชีวิตที่ยังไม่มีรายละเอียด  ชีวิตบางส่วนได้จบไป แล้ว  บางส่วนกำลังเริ่มต้น  - ศรีดาวเรือง, 14 ธันวาคม 2529”

งานประพันธ์ทั้งสองเรื่องของศรีดาวเรืองมีความล้ำสมัยในยุคของเธอตอนนั้น มีความร่วมสมัยเชิงแนวคิด รวมถึงความฉกาจฉกรรจ์ของเธอในการถ่ายทอดประเด็นของแต่ละชิ้นงานออกมา ด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะของศรีดาวเรือง ภาษาง่าย ตรงไปตรงมาแต่ลึก จังหวะของบทสนทนาลงตัว การหยิบผลงานของนักประพันธ์หญิงผู้นี้มาสื่อสารผ่านช่องทางใหม่ในรูปแบบละครเวที ทำให้คนรุ่นต่อๆ มาได้ย้อนกลับไปศึกษาต้นธารงานประพันธ์ของ ศรีดาวเรือง ที่มีเรื่องสั้นนับร้อยกว่าเรื่อง และนวนิยายอีกจำนวนหนึ่ง กลับไปอ่านครั้งใดจะได้พบกับความคิดชุดใหม่ๆ และเกิดคำถามกับยุคสมัยทั้งสมัยของเธอและสมัยปัจจุบัน หลายเหตุการณ์ในเรื่องก็ยังวนๆ เวียนๆ คลับคล้ายคลับคลากับกาลเวลาในยุคเก่าแม้จะผ่านพ้นมาแล้วเนิ่นนานก็ตามที

เล่าสู่กันฟังโดย นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ
ภาพจากการแสดงละครเวที ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง เอื้อเฟื้อโดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร

เขียนโดย nonglucky
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=876734

 

29 June 2013

“ที่ทางของละครร่วมสมัยไทย ตอน 2 : ละครโรงเล็กในกรุงเทพมหานคร”



การบรรยายพิเศษ “ที่ทางของละครร่วมสมัยไทย ตอน 2 : ละครโรงเล็กในกรุงเทพมหานคร”
วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2556 เวลา 18:00-21:00 น.
ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

กำหนดการ

17.30 น. ลงทะเบียนผู้ร่วมงาน
18.00 น. กล่าวต้อนรับ โดย ฝ่ายกิจกรรมเครือข่าย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
บรรยาย “ละครโรงเล็ก คืออะไร ทำไมต้องเล็ก” และ ที่มาและที่ไปของละครโรงเล็กในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน โดย ประดิษฐ ประสาททอง
19.00 น. ร่วมบรรยายแลกเปลี่ยน “โรงละครขนาดเล็กในกรุงเทพฯ สถานการณ์ในปัจจุบัน” โดย ศิลปินและผู้บริหารโรงละครขนาดเล็ก
คุณภาวิณี สมรรคบุตร (Democrazy Theatre Studio)
คุณสินีนาฏ เกษประไพ (Crescent Moon Space)
คุณจารุนันท์ พันธชาติ (B-floor Room)
คุณสุนนท์ วชิรวราการ (Chang Theatre)
20.00 น. ถาม-ตอบ


see more
https://www.facebook.com/messages/730707041#!/events/533996073331928/?notif_t=plan_edited

01 June 2013

สูจิบัตรโปรเจค 1/4



"โปรเจค 1/4 เส้นทางระหว่างเขาและเธอ"

4 ผู้กำกับ 1 นักเขียนบท กับละครสั้น 4 เรื่อง
บทละครโดย อรดา ลีลานุช

"นี่ไม่ใช่บทเพลงรัก"
นักแสดง : ณัฎฐนันท์ ประเสริฐรัสมี,เบ็น โกศลศักดิ์
ผู้กำกับ : เบญจ์ บุษราคัมวงศ์

"สายน้ำกับสายลม"
นักแสดง : อรรถพล อนันตวรสกุล, อรดา ลีลานุช
ผู้กำกับ : สุกัญญา เพี้ยนศรี

"เสียงสะท้อนจากความเงียบ"
นักแสดง : วรุตม์ เข็มประสิทธิ์, เววิรี อิทธิอนันต์กุล
ผู้กำกับ : รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ

"ที่พักใจ"
นักแสดง : อาคีรา โหมดสกุล, เกรียงไกร ฟูเกษม
ผู้กำกับ : ศิริธร ศิริวรรณ


ทีมงาน
ดูแลการผลิต สินีนาฏ เกษประไพ อรดา ลีลานุช
ตัดต่อและควบคุมแสง ทวิทธิ์ เกษปะไพ
ออกแบบและควบคุมเสียง พลัฏ สังขกร
กำกับเวที สุธี ใจเพ็ง
บัตรและหน้างาน กอใจ อุ่ยวัฒพงศ์
ประชาสัมพันธ์ ลัดดา คงเดช
ออกแบบโปสเตอร์ อดิเดช ชัยวัฒกุล วิชย อาทมาท
ถ่ายภาพ อดิเดช ชัยวัฒกุล วิชย อาทมาท จีรณัทย์ เจียรกุล


ขอขอบคุณ
สถาบันปรีดี พนมยงค์
น้ำดื่มตราโอมิซึ
และท่านผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนศิลปะการละคร

01 May 2013

ประกาศผล "10 Minute PlaY" #2




บทละครที่เข้ารอบสู่กระบวนการต่อไปมีทั้งหมด 3 เรื่อง ดังนี้

1. บทละครเรื่อง “อาจไม่ใช่บทละคร” เขียนโดย รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ

2. บทละครเรื่อง “ยอดมนุษย์” เขียนโดย จตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ

3. บทละครเรื่อง “ทางเลือกที่ 1377″ เขียนโดย วาดฝันย์ ดิลกสัมพันธ์


เนื่องจากครั้งนี้บทละครที่เข้ารอบมีน้อยเกินไป ดังนั้นครั้งนี้เราจะยังไม่จัดทำการแสดง เราจะรอเปิดเฟสใหม่ ครั้งที่ 3 ประมาณเดือน ก.ย. – ต.ค. เพื่อจัดกระบวนการและจัดแสดงร่วมกัน


หากท่านใดสนใจส่งบทมาเข้าร่วมโครงการหรืออยากจะมาชมส่วนการแสดงโปรดติดตามที่นี่ค่ะ

https://www.facebook.com/#!/CrescentMoonTheatre

23 April 2013

โปรเจค 1/4 เส้นทางระหว่างเขาและเธอ




พระจันทร์เสี้ยวการละคร เสนอ ละครแพ็คสี่เรื่อง


...เส้นทางระหว่างเขาและเธอ...ที่ริมขอบความฝันกับความจริง...



โปรเจค 1/4
4 ผู้กำกับ 1 นักเขียนบท กับละครสั้น 4 เรื่อง

ที่พักใจ
สายน้ำกับสายลม
นี่ไม่ใช่บทเพลงรัก
เสียงสะท้อนจากความเงียบ

บทละครโดย อรดา ลีลานุช
กำกับโดย  รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ, สุกัญญา เพี้ยนศรี, เบญจ์ บุษราคัมวงศ์, ศิริธร ศิริวรรณ


แสดงวันที่ 23-26, 30-31 พ.ค. และ 1-2 มิ.ย. 2556
รอบเวลา 19.30 น.
ที่ โรงละครพระจันทร์เสี้ยว สถาบันปรีดี พนมยงค์ (ซ.ทองหล่อ)
บัตรราคา 350 บาท

Early Bird 300 บาท ***(โอนเงินก่อน 15 พฤษภาคม)***

จองบัตรโทร 081 929 4246 และ 084 174 2729

https://www.facebook.com/CrescentMoonTheatre

14 April 2013

ประกาศรายชื่อผู้เข้าอบรมการแสดง



รายชื่อผู้เข้าอบรมการแสดง Back to Basic #6


1. คุณจารุยศ สุวรรณบัตร
2. คุณปาลิตา สกุลชัยวานิช
3. คุณธัญวรัตน์ บุญฤทธิ์
4. คุณสุธี ใจเพ็ง
5. คุณเบียร์ ยิ่งสุวรรณชัย
6. คุณศิริธร ศิริวรรณ
7. คุณพิชวัฒน์ชัชวาลย์
8. คุณปฏิภาณ อินตระกูล
9. คุณธีระพงศ์ ปานเด
10. คุณเควินทร์ ลัดดาพงศ์
11. คุณสุรกิติ์ บูรณสิน
12. คุณสุกัญญา เพี้ยนศรี
13. คุณพลัฏฐ์ สังขกร
14. คุณเบญจ์ บุษราคัมวงศ์

09 April 2013

"ภาพลวงตากจากเนินมะเฟือง" อีกหนึ่งเสียงสะท้อน


ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง ของดีถูกรื้อจากตู้มาปัดฝุ่น
by Nung Phongpan (Notes) on Wednesday, 3 April 2013 at 14:23...






หนังสือรวมเรื่องสั้นของศรีดาวเรือง และนักเขียนรุ่น สุชาติ สวัสดิ์ศรี ถูกเก็บใส่กล่องตั้งแต่ผมเรียนจบเริ่มทำงาน

เวลาที่มีให้วรรณกรรมเหล่านี้มีน้อยลงน้อยลงทุกที ปีนึงจะมีเวลาอ่านวรรณกรรม สองเล่ม หรือ หนึ่งเล่มหนาๆ ช่วงที่ได้หยุดงานยาวเท่านั้น มักเป็นหนังสือใหม่ๆที่มีคนพูดถึง หรือนิยายแปลเล่มเขื่องที่อยากอ่าน

วรรณกรรมเพื่อชีวิตเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับผมเข้าไปทุกทีๆ

จนเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเหมือนมีคนมาช่วยสำรวจหนังสือและของเก่าเก็บหยิบมาปัดฝุ่น ให้ผมเห็นความสำคัญของวรรณกรรมแนวนี้อีกครั้ง ละครเวที ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง ของกลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยวนำเรื่องสั้น 2 เรื่องของศรีดาวเรือง มาสร้างเป็นละครเวที 2 เรื่องโดยมีทางรถไฟเป็นเส้นทางเชื่อมละครทั้งสอง




เรื่องแรก ภาพลวงตาฯ เปิดเรื่องด้วยเพลง รักและคิดถึงของ พัชรา แรงวรรณบอกกลายๆว่า คนทำได้ไปรื้อค้นเทปเก่าๆมาเปิดให้ฟัง และพาเราสำรวจความทรงจำเก่าๆอีกครั้ง

ละครเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่เจอกันบนรถไฟตั้งแต่เป็นคนแปลกหน้าจนเป็นคนสนิท ผ่านมุมมองหลากหลายของ ผู้โดยสารคนอื่นๆบนรถไฟขบวนเดียวกันและตัวละครหนุ่มสาวทั้งสอง

ภาพที่ผู้โดยสารคนอื่นๆเห็น ความสัมพันธ์หนุ่มสาวจากคนเริ่มรู้จักจนสนิทแนบแน่นเป็นคนรัก ทำให้คนทั่วไปที่พบเห็นคนสองคนนี้ รู้สึกเหมือนอยู่ในนิยายรักละครรักหวานแหวว

แต่เมื่อละครเดินเรื่องมาถึงส่วนที่เป็นมุมมองของฝ่ายชายฝ่ายหญิงหญิงภาพที่คนอื่นเห็นเป็นภาพลวงตา เป็นภาพฉาบหน้าที่เราคิดว่าใช่แท้ที่จริงสิ่งที่เก็นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง มุมมองของสองคนนี่ทำให้เราเห็นอีกด้านของความรักของคนทั้งสองที่มีทั้งความแปลกประหลาด ซับซ้อน นี่ไม่ใช่คู่รักตามแบบ ประเพณีนิยมแต่เป็นคู่รักที่นอกเหนือจารีตของสังคม เพราะฝ่ายหญิงมีสามีอยู่แล้ว ฝ่ายหญิงแนะนำสามีให้รู้จักฝ่ายชายรู้ขอบเขตของตัวเอง เขาเป็นเจ้าของเธอเฉพาะอยู่บนรถไฟ ความซับซ้อนทางความสัมพันธ์ราวๆกับตัวละครในนิยายของMarguerite Duras

บนเวทีนำเสนอบรรยากาศการโดยสารรถไฟชานเมืองเข้ามาทำงานในเมืองได้อย่างฉลาดทำใช้เก้าอี้ไม่กี่ตัวจัดวาง มีภาพวิดีโอฉายภาพข้างทางที่รถไฟวิ่งผ่านนักแสดงแสดงอย่างเรียบๆ เบาๆ เหมือนภาพวาด impressionism วาดภาพบนเวที

บทละครใช้แทบทุกคำพูดจากบทประพันธ์จัดวางเวลาเดินเรื่องใหม่ให้ทุกมุมมองอยู่เส้นเดียวกันซึ่งทำได้กระชับ หลากอารมณ์ และมีจุดพลิก จุดตึง จุดผ่อน เกิดขึ้นในพริบตาและน่าสนใจ

นักแสดงทั้งสี่รับส่ง ปูอารมณ์จากความโรแมนติก พาเราไปถึงระดับการมองทะลุผ่านภาพลวงตาของความรักไปสู่สิ่งที่เรียกว่าความรักที่แท้จริง


นักแสดงสี่คน สร้างภาพของตัวละครรักกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ในฉากใกล้ชุมชนรถไฟไทย อบอวนไปด้วยกลิ่นความอ้อยอิ่ง เหงา โหยหา

ซึ่งอีกไม่นานภาพชุมชนตรงนี้คงจะหายไปพร้อมกับโครงการรถไฟฟ้าสีต่างๆ




อารมณ์โหยหาอดีต เด่นชัดมากขึ้นในละครเรื่องที่สอง เนินมะเฟือง เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานึงของชุมชนเล็กในชนบท ที่รถไฟในเมืองวิ่งผ่านมาผ่านไป

ละครจับที่ชีวิตของเด็กๆในชุมชมที่เป็นตัวละครเด็กโต 4 คน ที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อราวกับสะท้อนภาพจริงของเยาวชนในชนบททั่วไทยในยุคสมัยที่ยาเสพติดยังไม่แพร่ระบาดโครงการหว่านเม็ดเงินลงชุมชนยังไม่เกิด เราจึงเห็นภาพความไร้เดียวสาของคนในชุมชนและตัวละครทั้งสี่ โลดแล่น เรียกรอยยิ้มจากคนดูในช่วงแรกๆ เป็นวันเก่าๆที่สังคมชนบทยังไม่มีมลพิษมากเท่าพศ.นี้ถึงกระนั้นจุดคลื่คลายของบางตัวละคร เหมือนคนเขียนทำนายอนาคต เยาวชนไทยของประเทศว่าเป็นแบบไหนและทำนายได้ถูกเสียด้วย

นักแสดงในบทวัยรุ่นทั้ง สี่ แสดงราวกับไม่ได้แสดง ผู้ชมสามารถสัมผัสเลือดเนื้อของเด็กทั้ง สี่ได้อย่างไม่มีที่ติ เพลงลูกทุ่งที่นำมาร้องสดๆ สร้างบรรยากาศและบอกความรู้สึกตัวละครได้ลงตัว คล้ายๆจะบอกว่า พระจันทร์เสี้ยวทำ musicalได้อยู่


การนำเสนอในรูปแบบ story theatre นำมาใช้ทั้งสองเรื่องในเรื่องแรกการใช้ story theatre ดูจะไปได้ลงตัวกับเรื่องราวของคนชานเมืองกรุงเทพนักแสดงผลัดกันเล่า ผลัดกันแสดง ถ่ายทอดมุมมองของตัวละครแต่ละตัวถ่ายทอดความรู้สึก ความคิด ทัศนคติเกี่ยวกับความรักที่ซับซ้อน เป็นstorytheatre ที่เนียน สวยงาม ไปเรื่อยๆลื่นไหลไปกับเสียงล้อเหล็กที่วิ่งไปตามรางรถไฟ


เมื่อกลับมาดูเรื่องที่ 2 หลังพักครึ่ง ละครนำเสนอด้วยวิธีเดียวกันผมรู้สึกว่าไม่เซอร์ไพรส์เท่าไหร่ แต่กระนั้นตัวเนื้อเรื่อง การแสดง การสร้างองค์ประกอบบทเวทีเพื่อสร้างบรรยากาศชนบทละครเนินมะเฟืองมีมากฉาก มากตัวละคร ผู้กำกับกำหนดสิ่งเหล่านี้ให้ได้จังหวะที่แม่น ทดแทนข้อด้อยของการใช้สไตล์ซ้ำจากเรื่องแรกหนีเงาความประทับใจจากเรื่องแรก มีเสน่ห์เป็นตัวของตัวเองได้พอเหมาะ


ผมรู้สึกไปเองว่า ทั้งสองเรื่องตัวละครหลักทุกตัวเมื่อคลี่คลายแล้ว คนดูได้อารมณ์เดียวกับตัวละครของ Wong Kar-wai ตัวละครทุกตัวต่างเปลี่ยวเหงา เศร้าสร้อย เส้นทางข้างหน้าไม่ชัดเจนรออยู่ น่าเป็นลักษณะเฉพาะของหนุ่มสาวยุคนี้ด้วย


ศรีดาวเรืองสร้างตัวละครเหล่านี้ไว้ก่อนหน้า ตัวละครในหนังของผู้กำกับที่ว่าหลายปีแล้วนับว่านักเขียนท่านนี้มองเห็นอนาคตอย่างน่าทึ่งทีเดียว

ขอบคุณ พระจันทร์เสี้ยว ที่หยิบหนังสือที่เก่าเก็บในตู้ มาปัดฝุ่น ทำความสะอาดให้เราได้เห็นประกายวรรณกรรมของนักเขียนท่านนี้ที่หลายคน และผมอาจจะเลือนไป


ปล. เป็นความบังเอิญที่ละครเรื่องนี้ ที่มีรถไฟเป็นฉากหลังผมนึกถึงหนังของ บุญส่ง นาคภู่เรื่องสถานนี4ภาค ที่นำเรื่องสั้นสี่เรื่องมาร้อยเรียงโดยมีรถไฟเป็นฉากหลังเหมือนกันสะท้อนภาพคนไทย 4 ส่วนในชนบทด้วยวิธีเล่าแบบธรรมชาติ นิ่งๆ แต่ได้เยอะ งามไม่แพ้ละครเรื่องนี้


....................


หมายเหตุ :
ขอขอบคุณผู้เขียน Nung Phongpan
และ ภาพถ่ายโดย วิชย อาทมาท








"ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง" เสียงสะท้อนจากผู้ชมนักวิจารณ์




ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง (สินีนาฏ เกษประไพ, 2013, A+)
by Chayanin Tiangpitayagorn

29 March 2013



ชอบมากที่เลือกหยิบสองเรื่องนี้มาประกบคู่กัน เป็นการเลือกและการดัดแปลงที่ฉลาดและแข็งแรงดี ไม่แน่ใจว่าผู้สร้างเลือกมาเพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรถไฟเท่านั้นหรือเปล่า แต่เราว่ามันสะท้อนและส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ละเอียดละเมียดดี โดยเฉพาะเมื่อจบครึ่งแรก (ที่ดัดแปลงจากเรื่อง "ภาพลวงตาของการเปลี่ยนสรรพนาม" ซึ่งใช้กลวิธีทางวรรณศิลป์สูงมากๆ จนรู้สึกว...่าไม่น่าทำเป็น visual ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นละครเวทีหรือหนัง) ที่ท้าทายคนดูอยู่ในระดับหนึ่ง ทำให้ในพาร์ตหลัง (ดัดแปลงจากเรื่อง "เนินมะเฟือง" ที่เป็นเรื่อง genre เพื่อชีวิต เรื่องราวดำเนินอยู่ใน remote village แบบที่อ่านวรรณกรรมไทยไปสักสองสามเล่มก็จะต้องเจอเข้าสักทีนึง) ดูมีอะไรแปลกตาน่าสนใจ น่าค้นหาขึ้นมา



ในฐานะของคนที่ไม่เคยอ่านศรีดาวเรืองเลย (นอกจากบทความในวารสาร "อ่าน" เป็นครั้งๆ คราวๆ) ถ้าจุดประสงค์ของผู้สร้างคือการ tribute ให้ตัวต้นฉบับ ตัวผู้เขียน และการทำให้ตัวบทนั้น shine ขึ้นมา ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก (คือจุดประกายแวบขึ้นมาได้ว่า เฮ้ย อยากไปตามอ่านว่ะ) เพราะในการดัดแปลงครั้งนี้ฟอร์มของละครไม่หวือหวาหรือแสดงออกในการดัดแปลงอย่างออกหน้าออกตาเท่าไร แต่ขับเน้นให้เห็นความพิเศษในตัวหนังสือของศรีดาวเรืองได้ดีมากๆ (โดยเฉพาะกลวิธีทางวรรณศิลป์ในพาร์ตแรก ที่น่าสนใจมากว่าการดัดแปลงยังเก็บความรู้สึกตรงนี้ไว้ได้น่าทึ่งมากๆ) แม้กระทั่งใน genre 'remote village' ที่พออ่านเจอหลายคนเขียนแล้วจะรู้สึกเหมือนเป็นภาพพิมพ์ซ้ำของกนกพงศ์ เรื่องนี้เราก็รู้สึกแตกต่างออกไปเยอะ



การแสดงโดยรวมอาจจะยังไม่กลมกลืนเท่าไรนัก (เพราะมีนักแสดงหน้าใหม่หลายคน ซึ่งหลายคนก็ทำได้ดี แต่ยังเขย่าไม่เข้าที่อยู่บ้างเท่านั้น) แต่ระดับตัวแม่อย่าง สินีนาฏ เกษประไพ กับ ดลฤดี จำรัสฉาย ก็ช่วยตบให้ธีมของละครและความเป็นมนุษย์ของตัวละครกระจายออกมาจากเรื่องได้เข้มข้นทีเดียว



ป.ล. แสดงถึงวันอาทิตย์นี้ (31) / และมีหนังสือของศรีดาวเรืองจัดแสดงอยู่หน้าโรงละครด้วย ใครอยากอ่านเรื่องสั้นต้นฉบับถ้ามีเวลานั่งอ่านก็สามารถอ่านได้เลย เพราะแต่ละเรื่องไม่ได้ยาวมาก (ฮา)    




หมายเหตุ :
ขอขอบคุณผู้เขียน Chayanin Tiangpitayagorn
และภาพถ่ายโดย พิณทิพย์ สัตย์เพริศพราย

14 March 2013

ประกาศรายชื่อผู้เข้าอบรมเขียนบท ครั้งที่ 2



Creative Writing workshop #2 กำลังจะเริ่มวันแรกวันเสาร์นี้ เรามีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 11 คน คือ


1.คุณโอฬาร เกียรติสมผล
2.คุณปณิธิ อัชญาวัฒน์
3.คุณปัญญิศา จันทราช
4.คุณเมธาวี แสงสมส่วน
5.คุณจีราวรรณ ตั้งกีรติการ
6.คุณสุดคนึง บูรณรัชดา
7.คุณศุภชัย จิวะพันธุ์ชัย
8.คุณปัณฑ์ชนิต บรรเทา
9.คุณพัชรินทร์ ไขนอก
10.คุณบุญญาพร ตู้ปิยกุล
11.คุณรัชนีกร ใหม่คามิน

พบกันวันเสาร์ก่อนเวลาอบรมเพื่อลงทะเบียน และอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์สำหรับการเขียนมาด้วยนะคะ

01 February 2013

Back to Basic Acting workshop #6



อบรมการแสดงเบื้องต้น


พระจันทร์เสี้ยวการละครเปิดอบรมศิลปะการแสดงเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการแสดงมาก่อน ฝึกพื้นฐานและความเข้าใจการแสดง การสวมบทบาท และการด้นสด Improvisation
(รับจำนวนจำกัด 10 คน)

สอนโดย
สินีนาฏ เกษประไพนักแสดง
นักแสดงและผู้กำกับจากพระจันทร์เสี้ยว ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดงปี 2551
ผลงานด้านกำกับการแสดง เช่น แอนธิโกเน่, แสลง, คือผู้อภิวัฒน์, เส้นด้ายในความมืด นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยศิลปากร Ict

อบรมวันที่ 20-21 และ 27-28 เมษายน 2556 / เสาร์ - อาทิตย์ 4 วัน
เวลา 13.00 – 18.00 น.
ที่ Crescent Moon Space / สถาบันปรีดี พนมยงค์ (BTS ทองหล่อ)

***มีค่าลงทะเบียน***
ข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร 081 929 4246
Email: crescentmooontheatre@yahoo.com
https://www.facebook.com/CrescentMoonTheatre

Stage Lighting Design #6



อบรมออกแบบแสง


พระจันทร์เสี้ยวการละครจัดอบรมออกแบบแสงสำหรับการแสดงบนเวที ครั้งที่ 6 สำหรับผู้สนใจงานออกแบบแสงละครเวที ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการทำงานด้านนี้มาก่อน

สอนโดย :

ทวิทธิ์ เกษประไพ
ผู้กำกับเทคนิดและออกแบบแสงจากกลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยว เริ่มทำงานแสงตั้งแต่สมัยเรียน จากนั้นทำงานกับบริษัทแสงอีกหลายบริษัทเป็นเวลาเกือบยี่สิบปี และทำแสงให้กับละครเวทีให้กับละครเวทีหลายๆเรื่องจากอีกหลายๆคณะ
ผลงานที่ผ่านมา เช่น กูชื่อ..พญาพาน, พระมะเหลเถไถ, คือผู้อภิวัฒน์, มิดะ, Crying Century, The Edge, Venus Party, Eclipse, แอนธิโกเน, ความฝันกลางเดือนหนาว, Me Moment, Left Out, วาวา The Rice Child, 1=1=1, สาวชาวนา, ช่อมาลีรำลึก, I Sea, A Midsummer Night’s Dream, หนังหน้ามหาภัย

วันที่ 5 – 8 เมษายน 2556 เวลา 10.30-17.30 น.
ที่ Crescent Moon Space / อาคารสถาบันปรีดีพนมยงค์ ถนนสุขุมวิท 55 (ซ.ทองหล่อ)

***มีค่าลงทะเบียน***

สอบถามเพิ่มเติมและขอใบสมัครได้ที่
lightingworkshop@yahoo.com
โทร 081 929 4246
http://www.facebook.com/crescentmoontheatre

27 January 2013

Yoga for Actor workshop



ประเดิมกิจกรรมแรกของปี สุขภาพดีกับ Yoga for Actor โดย ครูหนุ่ม กฤษณะ พันธุ์เพ็ง ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รับรู้การหายใจและตระหนักรู้ร่างกาย กิจกรรมอบรมสำหรับนักแสดงที่สนใจ

จัดทุกวันอาทิตย์ เดือนมกราคม 2556
เวลา 14.00-17.00 น.


ข่าวดี!!!!

ต่อเวลาเพิ่มวันอบรมเดือนกุมภาพันธ์ พบกันอีก 2 ครั้งคือ
เสาร์ 9 ก.พ. เวลา 14.00-17.00 น.
อาทิตย์ 24 ก.พ. เวลา 14.00-17.00 น.

สนใจติดต่อ คุณโบ พระจันทร์เสี้ยว

หรือสอบถามได้ที่
http://www.facebook.com/sineenadh.keitprapai#!/events/453851798003331/