Showing posts with label พระจันทร์เสี้ยว. Show all posts
Showing posts with label พระจันทร์เสี้ยว. Show all posts

27 October 2020

คือผู้อภิวัฒน์ จากคำนำหนังสือบทละคร

 


ละครเวที "คือผู้อภิวัฒน์" เรื่องราวประวัติของ รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์

จัดแสดงครั้งแรกปี 2530 โดย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ 

เป็นผู้จัดโดยมีวัตถุประสงค์ 

"ไม่เพียงแค่เหตุผลที่ว่าเพราะท่าน อ.ปรีดี พนมยงค์  เป็นผู้ประศาสน์การเท่านั้น หากวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดละครในครั้งนี้ ต้องการ

ที่จะนำเสนออุดมการณ์ของท่านที่มีเจตนาบริสุทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมไทยให้ดีขึ้นในวิถีต่างๆ โดยหวังที่จะสื่อผ่านรูปแยยละคร

เพื่อเป็นการตั้งคำถามว่าอุดมการณ์เหล่านี้จะได้รับการตอบขานเช่นไรจากสังคม และชนรุ่นใหม่ของสังคมไทย"

(จากคำนำ หนังสือบทละคร คือผู้อภิวัฒน์ ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ปี 2530)

ภาพ : จากการซ้อม คือผู้อภิวัฒน์ 2020



ละครเวที "คือผู้อภิวัฒน์" 

บทละครโดย คำรณ คุณะดิลก และ พระจันทร์เสี้ยวการละคร 

กำกับโดย สินีนาฏ เกษประไพ

แสดงโดย นักศึกษาสาขาการละคอน คณะศิลปกรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์

จัดโดย สาขาการละคอน คณะศิลปกรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์

ในวาระ 120 ปีชาตกาล ปรีดี พนมยงค์ 

แสดงวันที่ 29 ต.ค. - 8 พ.ย. 2563 

ที่ โรงละคอนแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat Playhouse) ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

สำหรับผู้ที่สนใจรับชม จองบัตรชมฟรีได้ที่ 

https://www.ticketmelon.com/lakornfatu2020/lerevolutionnaire

#คือผู้อภิวัฒน์2020 #ละคอนธรรมศาสตร์ #ละครเวที 

#พระจันทร์เสี้ยวการละคร #CrescentMoonTheatre #Brechtian

20 December 2018

Workshop in L'arts ASEAN Seeds Camp Program 5


วันที่ 19 ธันวาคม 2561 เราได้มีโอกาสไปนำกระบวนการอบรมละครเพื่อการสื่อสารให้กับโครงการค่ายเยาวชนนานาชาติ L'arts ASEAN Seeds Camp Program 5 : Digital​ Natives​ and the New Empowerment​ Camp ให้กับน้องๆเยาวชนทั้งไทยและนานาชาติ 
จำนวน 48 คน

ช่วงเช้าหัวข้อ "Body Movement" โดย คุณสินีนาฏ เกษประไพ 
ช่วงบ่ายหัวข้อ "Creativity &​ Script​ Writing" โดย ดร.อรดา ลีลานุช 
พระจันทร์เสี้ยวการละครขอขอบคุณคณาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ชวนให้เราไปนำกระบวนการเวิร์คชอปในครั้งนี้ 

ภาพบรรยากาศ workshop










25 July 2017

นิทรรศการ “คนทำหุ่น” Puppet Maker Exhibition and Talk




เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาล ครูองุ่น มาลิก
พระจันทร์เสี้ยวการละคร และ คณะละครยายหุ่น (ครูอง่น มาลิก)

ขอเชิญเข้าชมและเข้าร่วมรับฟังการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ใน

นิทรรศการ “คนทำหุ่น” Puppet Maker Exhibition and Talk

ส่วนนิทรรศการ
จะจัดแสดงหุ่นร่วมสมัยหลายๆแบบจากฝีมือคนทำหุ่นที่น่าจับตามองในขณะนี้
ในวันที่ 17-18 มิถุนายน 2560
เปิดให้เข้าชม เวลา 10.00-17.00 น.
ที่ ห้องกระจก สถาบันปรีดี พนมยงค์

ส่วนการพูดคุยจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากคนทำหุ่นร่วมสมัยที่น่าจับตามอง โดยมีนักทำหุ่นที่มาร่วมพูดคุยกันคือ
คุณวศิน มิตรสุพรรณ จาก กลุ่มแกะดำดำ
คุณสิริกาญจ์ บรรจงทัด จาก Puppet by Jae
คุณกนต์ธร เตโชฬาร จาก ฮ่องหุ่น
คุณเบญจ์ บุษราคัมวงศ์ จาก พระจันทร์เสี้ยวการละคร และ For Wha T Theatre
คุณลัดดา คงเดช จาก คณะละครยายหุ่น (ครูองุ่น มาลิก) และ พระจันทร์เสี้ยวการละคร
ร่วมด้วยการสะท้อนประสบการณ์จากการเรียนรู้การทำหุ่นเชิดหุ่นและเล่นหุ่นครั้งแรก จากน้องๆนักศึกษาจากรายวิชาละครหุ่น สาขาการละคอน คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ดำเนินการพูดคุยโดย
ดร.ภาสกร อินทุมาร และ สินีนาฏ เกษประไพ

เปิดวงเสวนาในวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2560
เวลา 14.00-17.00 น. (โดยประมาณ)
ที่ห้องกระจก สถาบันปรีดี พนมยงค์

เข้าฟังฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง
โทร 081 929 4246 และ 091 775 1215

Fb: CrescentMoonTheatre



03 May 2017

10 Minute Play #1 ในนิตยสาร Art Square





แค่เพียงสิบนาที: 10 Minute Play Project
Text: ภาสกร อินทุมาร
Photo: อดิเดช ชัยวัฒนกุล 
จาก :  นิตยสาร Art Square

ข้อจำกัดหนึ่งของการเรียนทางด้านการละครในประเทศไทยก็คือการขาดแคลนบทละครที่เขียนขึ้นภายใต้บริบทสังคมไทยร่วมสมัย แม้ว่ากลุ่มละครต่างๆจะได้ผลิตบทละครเพื่อการจัดแสดงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่บทละครเหล่านั้นก็อาจจะยังไม่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เพื่อให้นักศึกษาและอาจารย์สาขาการละครในมหาวิทยาลัยต่างๆได้นำไปใช้ในการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนการสอนในภาคปฏิบัติ เช่น การแสดง (acting) และการกำกับการแสดง (directing) ในการเรียนวิชาเหล่านี้ นักศึกษาจะต้องฝึกปฏิบัติผ่านฉากย่อยของบทละคร (scene work) ซึ่งที่ผ่านมานั้น นักศึกษาส่วนใหญ่ต้องฝึกปฏิบัติด้วยบทละครของต่างประเทศที่แปลมาเป็นภาษาไทย ซึ่งบทละครเหล่านั้นก็ล้วนผูกโยงอยู่กับบริบททางสังคมของประเทศเหล่านั้น และนั่นก็ทำให้นักศึกษามีข้อจำกัดในการทำความเข้าใจและตีความตัวบท

อย่างไรก็ดี ได้มีความพยายามในการตีพิมพ์และเผยแพร่บทละครร่วมสมัยของไทย ดังจะเห็นได้จากการตีพิมพ์หนังสือ “First Read บทละครหลากสี มีดีที่หลากหลาย” ในปี 2554 โดยเครือข่ายละครกรุงเทพ (Bangkok Theatre Network) สนับสนุนการจัดพิมพ์โดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม โดยเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เป็นการวิเคราะห์รูปแบบและเนื้อหาของบทละครร่วมสมัยที่จัดแสดงในเทศกาลละครกรุงเทพ และมีตัวอย่างบทละคร 4 เรื่อง ที่สะท้อนบทวิเคราะห์ดังกล่าว ความพยายามนี้เป็นหลักหมายสำคัญในการนำเสนอบทละครร่วมสมัยของไทยต่อสาธารณะ และเป็นหนังสือที่สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนละครร่วมสมัยของไทย

ถึงแม้จะมีความพยายามดังกล่าว บทละครที่ตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ยังเป็นบทละครที่ค่อนข้างยาว ซึ่งหากนักศึกษาจะนำไปฝึกปฏิบัติ ก็อาจจะต้องดึงเอาบางช่วงบางตอนของบทไปใช้ ซึ่งนั่นก็เป็นข้อจำกัดเช่นกัน เพราะบทละครมีการเชื่อมร้อยต่อเนื่องกัน การตัดตอนออกไปอาจจะทำให้ตอนที่นำไปใช้หลุดลอยออกจากบริบทของละครทั้งเรื่อง ด้วยเหตุนี้ ในปี 2555-2556 ที่ผ่านมา “พระจันทร์เสี้ยวการละคร” (Crescent Moon Theatre) จึงริเริ่มโครงการ “10 Minute Play” ขึ้น ดังที่ สินีนาฏ เกษประไพ แห่งพระจันทร์เสี้ยวการละครได้กล่าวไว้ว่า



“ที่ผ่านมาเวลาทำ scene work เด็กที่เรียนละครส่วนใหญ่ต้องเอาบทละครของฝรั่งมาใช้ ซึ่งบทพวกนี้มันก็ไม่เข้ากับบริบทของไทย เด็กก็ไม่ได้เข้าใจมันจริงๆ เราก็เลยอยากสร้างบทละครขนาดสั้นที่เขียนขึ้นในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย ตั้งไว้ว่าความยาวประมาณ 10 นาที อาจจะบวกลบได้นิดหน่อย เป็นบทที่เด็กที่เรียนละครสามารถเอาไปทำ scene work ได้ทั้งเรื่อง”
และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของโครงการ โดยครั้งแรกจัดขึ้นระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม 2555 และครั้งที่ 2 ในเดือนเมษายน 2556 เป็นการให้ผู้สนใจส่งบทละครที่เขียนขึ้นใหม่ด้วยตัวเองเข้ามารับการคัดเลือก และบทละครที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกนำไปจัดแสดงในรูปแบบการอ่านบทละคร (play reading) อย่างไรก็ดี ในครั้งที่ 2 นั้น มีบทละครที่ผ่านการคัดเลือกเพียง 3 เรื่อง ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยเกินไปสำหรับการจัดแสดงครั้งหนึ่งๆ ผู้จัดจึงเก็บบทละครทั้ง 3 เรื่องไว้เพื่อจัดแสดงร่วมกับบทละครที่จะมาจากโครงการครั้งที่ 3 ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้
ในการได้มาซึ่งบทละครที่มีคุณภาพที่เหมาะสมนั้น สินีนาฏ ได้ออกแบบโครงการนี้ในลักษณะ “กระบวนการ” ด้วยเห็นว่ากระบวนการเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าผลลัพธ์ กระบวนการที่ว่านั้นก็คือ สินีนาฏได้ชักชวนนักการละครอีก 2 คนมาร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกบทละคร ทำให้ได้องค์ประกอบของกรรมการที่หลากหลายมิติ สินีนาฏเองเป็นนักการละครที่มีประสบการณ์ในการผลิต กำกับ และแสดงละครมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ส่วนอีก 2 คนที่เหลือก็คือ อรดา ลีลานุช อาจารย์สอนวิชาเขียนบทละครในมหาวิทยาลัยต่างๆ และผู้เขียนผู้ซึ่งเป็นนักวิชาการละครในเชิงสังคม ทั้ง 3 คนจะร่วมกันพิจารณาบทละครผ่านแง่มุมทั้งในทางศิลปะการละครและแง่มุมทางสังคมในบทละคร



ในโครงการครั้งแรกนั้น มีผู้ส่งบทละครมาเข้ารับการพิจารณาทั้งหมดประมาณ 40 เรื่อง เมื่อได้บทละครมาแล้ว กรรมการแต่ละคนจะอ่านบทละครทั้งหมด จากนั้นจึงมาประชุมร่วมกันเพื่อคัดเลือกว่าเรื่องใดมีคุณภาพที่เหมาะสม โดยที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายในเชิงจำนวนไว้ ในการประชุมเพื่อคัดเลือกบทละครนั้น กรรมการแต่ละคนจะให้น้ำหนักกับเรื่องที่ตนเองคิดว่าเหมาะสมไว้ก่อน จากนั้นจึงมาแลกเปลี่ยนมุมมองและอภิปรายร่วมกัน โดยแง่มุมที่ใช้ในการพิจารณานั้นก็คือ บทที่เขียนมานั้นมีลักษณะของความเป็นบทละครหรือไม่ เนื้อหาหรือประเด็นของเรื่องสะท้อนสภาวะสังคมร่วมสมัยอย่างไร และมีความเป็นไปได้ในการจัดแสดงจริงหรือไม่ ซึ่งในกระบวนการพิจารณานั้นทำให้พบว่าบทละครบางเรื่องมีศักยภาพที่จะเป็นบทละครที่ดีได้ แต่อาจจะยังมีข้อจำกัดหรือข้ออ่อนบางประการ ดังนี้แล้ว กรรมการจึงเชิญผู้เขียนบททั้งหมดมาแลกเปลี่ยนมุมมองกับกรรมการเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงบทละครให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งในกระบวนการแลกเปลี่ยนนั้น ผู้เขียนบททุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อบทละครของคนอื่นๆด้วย มิใช่เพียงกรรมการเท่านั้นที่เป็นผู้แสดงความเห็น กระบวนการดังกล่าวจึงเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อการพัฒนาตัวบท ซึ่งในที่สุดนั้น โครงการครั้งแรกก็ได้บทละครที่มีคุณภาพที่เหมาะสมจำนวน 8 เรื่อง โดยที่ผู้เขียนทั้ง 8 คน มีตั้งแต่นักการละครที่มีประสบการณ์ไปจนถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย



เมื่อได้บทละครที่ปรับแก้จนเหมาะสมมาแล้ว ผู้เขียนบททุกคนจะได้พบกับผู้กำกับการแสดงที่จะนำบทละครไปทำการอ่านบทละคร โดยผู้กำกับการแสดงทั้งหมดเป็นผู้กำกับการแสดงรุ่นใหม่ของพระจันทร์เสี้ยวการละคร ผู้กำกับการแสดงแต่ละคนจะได้อ่านบทละครทั้ง 8 เรื่อง และทำการเลือกว่าตนเองสนใจที่จะนำเรื่องใดไปทำ จากนั้นจึงเป็นการออกแบบกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้กำกับการแสดงกับผู้เขียนบท อย่างไรก็ดี ผู้เขียนบทบางคนเลือกที่จะรอดูว่าบทของตนจะถูกตีความและถูกนำเสนออย่างไรโดยไม่เข้าไปให้ความเห็นต่อผู้กำกับการแสดง
ในกระบวนการพัฒนาบทละครนั้น ขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่งก็คือการนำบทที่ได้มาทำการอ่านแบบตีความ (oral interpretation / dramatic reading) ซึ่งในการอ่านบทละครนั้นจะมีการแสดง (acting) ประกอบร่วมอยู่ด้วย แต่เป็นการแสดงที่นักแสดงยังไม่จำเป็นต้องวางบท และอาจมีองค์ประกอบทางการละครด้านอื่นๆเข้ามาเสริมการตีความด้วยก็ได้ เช่น การใช้แสง การเลือกเสื้อผ้า แต่ทั้งนี้ การอ่านบทละครที่เกิดขึ้นจะยังมิใช่การแสดงเต็มรูปแบบ ความสำคัญของกระบวนการอ่านบทละครก็คือการทดสอบว่าบทละครที่เขียนขึ้นนั้นสามารถเป็นละครเวทีได้จริงหรือไม่ แม้ว่าจะเป็นได้ แต่มีข้อจำกัดใดหรือไม่เมื่อนำมาทดลองแสดง หากพบข้อจำกัด ก็จะนำไปสู่การปรับปรุงตัวบทให้เหมาะสมสำหรับการแสดงต่อไป ดังนี้แล้ว การอ่านบทละครจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการพัฒนาบทละคร
เมื่อกลับไปพิจารณาที่ตัวบทของทั้ง 8 เรื่อง จะพบว่ามีความแตกต่างหลากหลาย แต่ทั้งหมดก็ทำหน้าที่สะท้อนสังคมไทยร่วมสมัย ไม่ว่าบทละครเรื่องนั้นจะออกมาในแนวสนุกสนาน หรือเป็นบทที่เคร่งขรึมก็ตาม บทละครดังกล่าวคือ “อยาก” โดย ธีรกานต์ ไม้จันทร์ เป็นบทละครแนวสนุกสนานที่เสียดสีสังคมของบรรดาพ่อแม่ต่างๆที่อยากให้ลูกตัวเองเหนือกว่าลูกคนอื่น พ่อแม่เหล่านี้ต่อหน้าก็พูดจาดีต่อกัน แต่ลับหลังก็แข่งขันกัน “ร้านชำซอยสี่” โดย ฉันทลักษณ์ อดิลักษณ์ เป็นแนวสนุกสนานเช่นกัน แต่ก็เป็นการตั้งคำถามกับผู้คนที่ต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้โดยไม่พยายามสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่อยากจะได้มันมาแบบสำเร็จรูป “เรื่องเหี้ยเหี้ย” โดย ลัดดา คงเดช เป็นเรื่องที่พูดถึงคนที่ต้องการออกจากกรอบที่สังคมกำหนด แต่เอาเข้าจริงๆแล้วก็ไม่ออกไปไหน “เครื่องพุ่งทะยานหมายเลข 4” โดย จตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ ว่าด้วยเรื่องราวของเพื่อนที่สนับสนุนความใฝ่ฝันของเพื่อนแม้ว่าตนเองจะไม่เห็นด้วยกับความฝันนั้นก็ตาม “พลูโตที่รัก” โดย อรุณโรจน์ ถมมา ว่าด้วยความเป็นปัจเจกบุคคลของคนสองคน ที่ทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองต้องห่างออกจากกันไป ไม่ว่าจะเลือกความเป็นปัจเจกหรือเลือกความสัมพันธ์ ก็ดูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ใช่ “ธันยาและพ่อ” โดย นภัค ไชยเจริญเดช เป็นเรื่องที่ตั้งคำถามต่อความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกสาว ว่าเพราะเหตุใดลูกสาวจึงมักแสดงอาการรำคาญความเป็นพ่อโดยไม่มีเหตุผล แม้ว่าพ่อจะเป็นคนที่ใกล้ตัวและรักเธอที่สุดก็ตาม “A Love Song” โดย อรดา ลีลานุช บทละครที่เป็นประหนึ่งบทกวี ที่มีพื้นที่ให้กับการตีความที่หลากหลาย และ “ขมขื่นในความเงียบ” โดย สินีนาฏ เกษประไพ ที่เกิดความสะเทือนใจจากการที่ผู้หญิงชนกลุ่มน้อยในพม่าเป็นจำนวนมากถูกทหารข่มขืนโดยดูเหมือนจะไม่มีใครให้ความสนใจ ขณะที่ตอนนี้คนจำนวนมากกำลังสนใจประเทศพม่าในฐานะแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ เรื่องราวของผู้หญิงเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ในความเงียบเช่นเดิม




บทละครเหล่านี้ได้ถูกผู้กำกับการแสดงนำไปตีความและออกแบบเพื่อการแสดงอ่านบทละคร โดยใช้ระยะเวลาการทำงานเพียงประมาณ 2 สัปดาห์ และได้เปิดแสดงที่โรงละครพระจันทร์เสี้ยว และหลังการแสดงในแต่ละรอบ ก็มีการเสวนาร่วมกับผู้ชม โดยผู้ชมจะร่วมแสดงความคิดเห็นต่อทั้งประเด็นและวิธีการนำเสนอ รวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองกับทั้งผู้เขียนบทและผู้กำกับการแสดง ซึ่งเวทีเสวนาเช่นนี้ก็คือกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ชม เพราะเสียงของผู้ชมก็คือองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาศิลปะการละคร



ในฐานะที่ผู้เขียนอยู่ร่วมในกระบวนการนี้ อาจทำให้มองได้ว่าผู้เขียนพยายามจะมองแต่ด้านดีของโครงการ ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม ผู้เขียนก็ยังเห็นว่าโครงการนี้ได้เดินไปไกลกว่าเป้าหมายแรกที่ตั้งไว้ กล่าวคือ สิ่งที่ตั้งไว้ก็คือการได้บทละครขนาดสั้นที่เขียนขึ้นภายใต้บริบทสังคมไทยร่วมสมัย ที่นักศึกษาด้านการละครสามารถนำไปใช้ในการฝึกปฏิบัติ แต่เมื่อกระบวนการสิ้นสุดลง สิ่งที่พบก็คือความจริงที่ว่า การจะได้มาซึ่งบทละครที่ดีนั้น มิใช่เพียงผู้เขียนบทนั่งเขียนบทอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง แต่บทละครที่ดีนั้นจะต้องได้มาด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของประสบการณ์ที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งประสบการณ์ในทางปฏิบัติของนักการละคร ประสบการณ์ที่เป็นแง่มุมด้านหลักการเขียนบท ประสบการณ์ที่เป็นมุมมองเชิงสังคม และประสบการณ์ในฐานะผู้ชมละคร ข้อค้นพบชุดนี้ได้นำไปสู่การตั้งคำถามต่อการเรียนการสอนวิชาเขียนบทละครที่เป็นอยู่ในสังคมไทยว่าการเรียนการสอนดังกล่าวเป็นเช่นไร นอกจากนี้ กระบวนการดังที่กล่าวมา รวมทั้งข้อค้นพบ และบทละครทั้ง 8 เรื่อง จะถูกนำมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือและเผยแพร่ต่อไป เพื่อที่ว่าหนังสือเล่มนี้จะได้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศิลปะการละครในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเขียนบทละครเวที


19 April 2015

Back to Basic #9

 

Back to Basic: Acting Workshop #9
อบรมการแสดงเบื้องต้น


พระจันทร์เสี้ยวการละครจัดอบรมศิลปะการแสดงเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการแสดงมาก่อน เน้นการฝึกปฏิบัติการแสดงขั้นพื้นฐาน เตรียมความพร้อมทางร่างกาย จิตใจ สมาธิ จินตนาการ การสวมบทบาท และการด้นสด Improvisation
(รับจำนวนจำกัด 10 คน)

วันที่ 29-31 พ.ค. และ 1 มิ.ย. 2558
เวลา 13.00 – 18.00 น.
ที่ Crescent Moon Space / สถาบันปรีดี พนมยงค์ (BTS ทองหล่อ)
 ***มีค่าลงทะเบียน***
โทร 081 929 4246 และ 086 797 1445
http://www.facebook.com/crescentmoontheatre

Download ใบสมัคร : https://drive.google.com/file/d/0B96OacGf8XtleXJnWlNWS3l1Ykk/view?usp=sharing
กรอกใบสมัครและเมล์กลับมาที่
email:
crescentmoon.workshop@gmail.com

สอนโดย
สินีนาฏ เกษประไพ

นักแสดงและผู้กำกับจากพระจันทร์เสี้ยว ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดงปี 2551 นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษด้านศิลปะการแสดงในสถาบันอุดมศึกษา
ผลงานด้านกำกับการแสดง เช่น
แอนธิโกเน่, แสลง, คือผู้อภิวัฒน์, เส้นด้ายในความมืด, I Sea Project, ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง, ผีแมวดำ, rice now, ลิ้นกับฟัน, เงา-ร่าง


25 February 2015

รางวัลละครเวทีจากชมรมนักวิจารณ์



บรรยากาศงานมอบรางวัลละครเวทีและนาฎศิลป์ร่วมสมัยของประเทศไทยโดย ชมรมวิจารณ์ศิลปะการแสดง (IATC - International Association of Theatre Critics Thailand Centre) วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ขอแสดงความยินดีกับนักทำละครทุกท่าน  และขอแสดงความยินดีกับ คำรณ คุณะดิลก ครูของเรา ที่ได้รับรางวัลผู้มีคุณูปการแก่ละครเวทีและนาฎศิลป์ร่วมสมัย Lifetime Achievement Award




10 February 2015

ผู้กำกับทั้งสี่ In Outer Space

 
 

ศุภิสรา กิตติคุณารักษ์ : จ๋อม
สำเร็จการศึกษาภาควิชาภาพยนตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ จ๋อมเคยฝึกงานกับพระจันทร์เสี้ยวการละคร หลังจากเรียนจบก็ทำงานเกี่ยวภาพยนตร์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง กำกับหนังสั้น เรื่อง "หาย" เข้ารอบรางวัลช้างเผือก ของมูลนิธิหนังไทย และเรื่อง "2413402" เข้ารอบรางวัลรัตน์เปสตันยี ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์ทำงานวีดีโอ



กอใจ อุ่ยวัฒนพงศ์ : อี้
สมาชิกกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวการละคร โดยทำหน้าที่นักแสดงเป็นส่วนใหญ่ เช่น ละครเวทีเรื่อง 'ผีแมวดำ' พระจันทร์เสี้ยวการละคร Physical Performance เรื่อง 'เงา-ร่าง' พระจันทร์เสี้ยวการละคร
และร่วมแสดงในการแสดงชุด 'สุภาพบุรุษ' ของ Pichet Klunchun Dance Company
นอกจากนี้เธอยังเขียนบทละครเรื่อง 'หนึ่งวา' โครงการ 10 minutes play และดัดแปลงบทและกำกับละครสั้นเรื่อง'ชายหนุ่มผู้ถอนตัวจากโลก' ในโครงการอ่านบทละคร:อ่านในใจ พระจันทร์เสี้ยวการละคร




ศศพินทุ์ ศิริวาณิชย์ : ปูเป้
สมาชิกกลุ่มบีฟลอร์เธียเตอร์ เป็นนักแสดงมาตั้งแต่ 2548 มีผลงานการแสดงละครเวที และโฆษณาไว้มากมาย เธอสามารถเล่นทั้งละครพูด ละครฟิสิคัล ละครเด็ก ละครเพลง เพิ่งเริ่มสร้างงานของตัวเองอย่างจริงจังเมื่อปีที่แล้ว เช่น งามหน้า (I Didn't Launch a Thousand Ships) และ Welcome to ooooLand แต่ยังไม่เคยกำกับใครอย่างจริงจังนอกจากตัวเอง งานนี้จึงเป็นงานแรกที่เธอจะกำกับละครพูด



สุกัญญา เพี้ยนศรี : สุกี้
จบจากสาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการละคร มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา มีผลงานกำกับเรื่อง "Drawing" เข้าร่วมเป็นสมาชิกพระจันทร์เสี้ยวการละครในปี 52 มีผลงานการแสดงและกำกับเรื่อยมา ผลงานการแสดงที่ผ่านมา Time’s Up (2009), ละครหุ่นสายสื่อผสมเรื่อง Wawa the Rice Child (2010), คือผู้อภิวัฒน์ (2010) , Bad Fine Day (2012) , ปีศาจหัวโต (2013) , M.Antoine "ทำอย่างไรให้โง่" (2013),เงา-ร่าง (2014) ผลงานการกำกับการแสดง ได้แก่เรื่อง "Drawing"(2009), "Fall ร่วง หก ตก หล่น" (2012), Project 1/4 เส้นทางระหว่างเขาและเธอ เรื่อง สายน้ำกับสายลม (2013) และ ในห้องสีเทา (2014)

13 January 2015

ทำความรู้จัก คณะละครยายหุ่น (ครูองุ่น มาลิก)



ทำความรู้จัก คณะละครยายหุ่น (ครูองุ่น มาลิก)

คณะละครยายหุ่น (ครูองุ่น มาลิก) เป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างพระจันทร์เสี้ยวการละครและมูลนิธิไชยวนา โดยมีจุดเริ่มต้นที่นักละครจากพระจันทร์เสี้ยวการละคร ได้ผ่านการศึกษาเรียนรู้จากมูลนิธิไชยวนาและบรรดาลูกศิษย์ของครูองุ่น มาลิก จนเกิดความประทับใจและศรัทธาต่อการอุทิศตนสร้างสรรค์ละคร “หุ่นผ้าขี้ริ้ว” ที่ครูได้ทำและแจกจ่ายให้กับเด็กๆและเยาวชนด้อยโอกาส และชักชวนลูกศิษย์ลูกหาสร้างสรรค์ละครหุ่นออกไปแสดงตามชุมชนต่างๆ ในชื่อ คณะครูองุ่น จนกระทั่งช่วงท้ายของชีวิต



พระจันทร์เสี้ยวการละครและกลุ่มเพื่อนอาสาสมัครจึงมารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมละครหุ่นให้แก่เด็กเยาวชนและครอบครัว โดยใช้ชื่อ คณะละครยายหุ่น (ครูองุ่น มาลิก) เพื่อเป็นที่ระลึกถึงครูองุ่นและสืบสานปธิธานความคิดของครูต่อไป  โดยเริ่มโครงการและทำกิจกรรมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2544  เป็นต้นมา


การทำงานของคณะละครยายหุ่น (ครูองุ่น มาลิก)ในปัจจุบัน มีทั้งการแสดงละครหุ่นมือ จัดกิจกรรมเล่านิทาน อบรมทำหุ่น อบรมแสดงละครหุ่นให้แก่เด็กและเยาวชนและผู้สนใจทั่วไป นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์จากเศษวัสดุ เพื่อเป็นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การเล่นและการเรียนรู้ของเด็กๆและเยาวชน

31 December 2014

สรุปพระจันทร์เสี้ยว ปี 2557


สรุปงานละครการแสดงและกิจกรรมของพระจันทร์เสี้ยว ปี ๒๕๕๗

มกราคม
• ๓๐ ม.ค. - ๔ ก.พ.  ละครเวทีเรื่อง "ในห้องสีเทา" (In the Grey Room) บทโดย อรดา ลีลานุช กำกับโดย สุกกัญญา เพี้ยนศรี

กุมภาพันธ์

• ๖-๑๐ ก.พ. ละครเวทีเรื่อง "ในห้องสีเทา" (In the Grey Room) บทโดย อรดา ลีลานุช กำกับโดย สุกกัญญา เพี้ยนศรี (จำนวน ๑๐ รอบ)

มีนาคม

• ๑๐-๑๒ มีนาคม อบรมละครเบรคชท์ ให้กับนักศึกษาละคร คณะอักษร มหาวิทยาลัยศิลปากร (ทับแก้ว) ณ ห้องประชุม A4
• ๒๓ มีนาคม การแสดง "เงา-ร่าง" (Shade Borders) แรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะร่วมสมัยของ พินรี สัณฑ์พิทักษ์ กำกับโดย  สินีนาฏ เกษประไพ สิลปินรางวัลศิปาธร ปี ๒๕๕๑ ร่วมแสดงในงาน ทศวรรษศิลปะร่วมสมัยสร้างสรรค์  ณ โรงละครช้าง ประชาอุทิศ ๖๑ และมีเสวนาหลังการแสดง (จำนวนการแสดง ๑ รอบ)
• ๒๗-๓๑ มีนาคม อบรมเขียนบทละครสร้างสรรค์ ครั้งที่ ๓ (Creative Writing Workshop #3) สอนโดย อรดา ลีลานุช

เมษายน
• ๑-๔ เมษายน จัดอบรมการแสดง Back to Basic ครั้งที่ ๗ สอนโดย สินีนาฏ เกษประไพ
• ๕-๘ เมษายน จัดอบรมออกแบบแสง Lighting Workshop ครั้งที่ ๗ สอนโดย ทวิทธิ์ เกษประไพ
• ๒๖-๒๗ เมษายน เทศกาลละครยี่สิบสี่ชั่วโมง (24 hr Festival) ครั้งแรกกับการรวมตัวของนักเขียนบท ผู้กำกับ นักแสดงและทีมงาน กับการการเขียนบทละครใหม่และจัดแสดงภายในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง นำกระบวนการโดย อรดา ลีลานุช จัดแสดงละครสั้นทั้งหมด ๕ เรื่อง คือ
สิ่งที่ไม่เคยบอก บทละคร : วิชญ์พล ดิลกสัมพันธ์  กำกับการแสดง : นภัค ไตรเจริญเดช
Second Chance บทละคร : ภัทรียา พัวพงศกร
ต้องสู้ถึงจะชนะ บทละคร : ภาณุรุจ เหลืองไพฑูรย์  กำกับการแสดง : พีรพล กิจรื่นภิรมย์สุข
คนเก็บขยะ  บทละคร : รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ  กำกับการแสดง : เบญจ์ บุษราคัมวงศ์
เหตุเกิดที่ ที่เกิดเหตุ  บทละคร : จตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ  กำกับการแสดง : ศรุต โกมลลิทธิพงศ์

พฤษภาคม
• เปิดรับบทใหม่ในโครงการ “๑๐ Minute Play” ครั้งที่ ๓ พระจันทร์เสี้ยวประกาศขอเชิญชวนคนรักเขียน ส่งบทละครสั้นที่เขียนขึ้นใหม่และยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน มาเข้ารับการคัดเลือกกับเรา แบบไม่จำกัดตัวละคร ไม่จำกัดประเด็น แต่จำกัดความยาวประมาณ ๑๐-๑๕ นาที เปิดรับสมัครตั้งแต่ ๑๐ เม.ย. – ๓๑ พ.ค. ๕๗ มีผู้สนใจส่งบทละครสั้นมาร่วมโครงการทั้งหมด ๖๒ เรื่อง แต่มีบทละครที่น่าสนใจเข้าโครงการ ๕ เรื่อง

มิถุนายน
• งานรำลึกครูองุ่น มาลิก มหกรรมการแสดงแสนหรรษา ครั้งที่ ๑๖
• ๒๖-๒๙ มิ.ย. จัดอบรมการแสดง Back to Basic ครั้งที่ ๘ สอนโดย สินีนาฏ เกษประไพ

กรกฎาคม
• ๑๑-๑๔ ก.ค. จัดอบรมออกแบบแสง Lighting Workshop ครั้งที่ ๘ สอนโดย ทวิทธิ์ เกษประไพ
• ๑๗-๒๐ ก.ค. อบรมเขียนบทละครสร้างสรรค์ ครั้งที่ ๔ (Creative Writing Workshop #4) สอนโดย อรดา ลีลานุช
• ๒๔-๒๗ ก.ค. อบรมเขียนบทละครสร้างสรรค์ ครั้งที่ ๕ (Creative Writing Workshop #5) สอนโดย อรดา ลีลานุช

สิงหาคม
• ๑๕-๑๗ ส.ค. การแสดง "เงา-ร่าง" (Shade Borders) กำกับโดย สินีนาฏ เกษประไพ ร่วมแสดงในงานเทศกาลศิลปะการแสดง PAF Performative Art Festival #3  แสดงที่ ห้องสตูดิโอ ชั้น ๔ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร การแสดงจำนวน ๕ รอบ และจัดแสวนาหลังละคร ๑ ครั้ง
• ๓๐-๓๑ ส.ค. การแสดงละครสั้น "10 Minute Play 2+3" จำนวน ๔ รอบ มีทั้งหมด ๘ เรื่อง คือ
“หนึ่งวา”  บท กอใจ อุ่ยวัฒนพงศ์  กำกับ สุกัญญา เพี้ยนศรี  นักแสดง ณัฐติพงษ์ บุณพ่วง ,ณัฐนรี สำราญสุขวัฒน์
“เกมชีวิต” บท ประดิษฐ ประสาททอง กำกับ สินีนาฏ เกษประไพ  นักแสดง วัลลภ แสงจ้อย, ภูริณัฐ บงสุนันท์
“Flowers in the Planes” บท เกรียงไกร ฟูเกษม กำกับ สินีนาฏ เกษประไพ นักแสดง  อดิเดช ชัยวัฒนกุล, ปาลิตา สกุลชัยวานิช
“ฟลามิงโก้สีชมพู” บท เกรียงไกร ฟูเกษม กำกับ สายฟ้า ตันธนา นักแสดง ศุภสวัสดิ์ บุรณเวช, ศุภชัย พันธุ์ชัย
“ทางเลือกที่ 1377” บท วาดฝันย์  ดิลิกสัมพันธ์ กำกับ  ลัดดา คงเดช นักแสดง  ธนภูมิ คงอนันตพันธ์, ธนพนธ์  อัคควทัญญู 
“อาจไม่ใช่บทละคร” บท รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ ผู้กำกับ เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ นักแสดง รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ, เบียร์ ยิ่งสุวรรณชัย, กวิน พิชิตกุล
“ในคืนหนึ่ง” บท สุมณฑา สวนผลรัตน์ ผู้กำกับ วิชย อาทมาท นักแสดง ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร,  วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
“ยอดมุนุษย์”  บท จตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ ผู้กำกับ ศรุต โกมลิทธิพงศ์ นักแสดง  วัฒนชัย ตรีเดชา, กวิน พิชิตกุล, เบญจ์ บุษราคัมวงศ์
นำกระบวนการโดย ภาสกร อินทุมาร, อรดา ลีลานุช, สินีนาฏ เกษประไพ  จัดแสดง ๔ รอบ

ตุลาคม
• ๔-๕ ต.ค. การแสดงอ่านบทละคร "อ่านเรื่องเพศ"  บางส่วนบางตอนจากหนังสือจัดแสดงในรูปแบบการอ่านบทละคร ๘ เรื่องสั้น คือ
"แนท"  จากเรื่องสั้นเรื่อง "นัท" ในหนังสือ 'รวมเรื่องสั้น 2 นน รัตนคุปต์' เขียนโดย นน รัตนคุปต์
โดย ฐิตวินน์ คำเจริญ  นักแสดง รัชชัย รุจิวิพัฒน์ และ ฐิตวินน์ คำเจริญ
“How to spot a lesbian” จากรายการ แสกนเกย์  โดย ภัทรนันทน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา  นักแสดง วัฒนชัย ตรีเดชา สวนีย์ อุทุมมา กิตติพร โรจน์วณิช วรัฏฐา ทองอยู่
“For Better or Worse” จากชีวประวัติและความรักของเบนจามิน บริตเทน และ ปีเตอร์ เพียร์ส นักประพันธ์ดนตรีและนักร้องเพลงคลาสสิกชาวอังกฤษ  บางส่วนจากเว็บไซต์ Huffington Post , หนังสือพิมพ์ Telegraph และข้อมูลเว็บไซต์มูลนิธิบริตเทน - เพียร์ส  โดย ศรุพงษ์ สุดประเสริฐ และ กรินทร์ ใบไพศาล  นักแสดง ศรุพงษ์ สุดประเสริฐ
"บทสนทนาจากภาพยนตร์วีคเอนส์"  Weekend (2011)  Written by Andrew Haigh ทนกิด แปล / วิชย เรียบเรียง โดย วิชย อาทมาท  นักแสดง จิรกิตติ์ สุนทรลาภยศ และ ฐิตวินน์ คำเจริญ
“รันทดและงดงาม” บางส่วนจากหนังสือ “รันทดและงดงาม” ของ ของ ยาสุนาริ คาวาบาตะ
โดย ลัดดา คงเดช  นักแสดง  มาเรียน พุ่มอ่อน และ อรดา ลีลานุช
"อะ คอรัส ไลน์" บางส่วนจากมิวสิคัลเรื่อง "อะ คอรัส ไลน์" แสดงโดย ปัถวี เทพไกรวัล
“บันทึกของตุ๊ด” บางส่วนบางตอนจากหนังสือ "บันทึกของตุ๊ด" ของผู้เขียน คุณช่าหรือคุณกัส  โดย ปฏิพล อัศวมหาพงษ์  นักแสดง ณัฐติพงษ์ และ บุญพ่วง ปฏิพล อัศวมหาพงษ์
“เป็นประกาย” ของ เอคุนิ คาโอริ  โดย สายฟ้า ตันธนา  นักแสดง  เววิรี อิทธิอนันต์กุล, จิรวัฒน์ ชาญเชี่ยว และ ศุภชัย จิวพันธุ์ชัย
จัดแสดง ๔ รอบ และมีเสวนาหลังการแสดง ๒ ครั้ง ร่วมแสดงในงานเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ๗
นำกระบวนการโดย สินีนาฏ เกษประไพ

พฤศิกายน-ธันวาคม
• ลัดดา คงเดช ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการในระดับนานาชาติ Tutbat Arts Residency ในระหว่างวันที่ ๒๔ พ.ย. ถึง ๖ ธ.ค. ที่ Tutbat Art Farm, Hwacheon-gun, Gangwon-do, ประเทศเกาหลีใต้  

*** ยังไม่รวมกิจกรรม คณะละครยายหุ่น (ครูองุ่น มาลิก) ***

08 May 2014

สูจิบัตร ผีแมวดำ

สูจิบัตร “ผีแมวดำ”



เรื่องย่อ
“ผีแมวดำ” ละครแมวที่ไม่มีแมว ดัดแปลงจากบทละครเรื่อง Vinegar Tom ของนักเขียนบทละครหญิงชาวอังกฤษ Caryl Churchil เรื่องราวของการปราบแม่มดในยุคศตวรรษที่ 17 มาเป็นละคร(ที่มี)เพลงลูกทุ่งคนจนแบบบ้านๆ ว่าด้วยเรื่องของแมว ผี กับคน ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่กำลังมีโรคประหลาดที่กำลังออกอาละวาดไปทั่ว
สารจากผู้กำกับ
งานเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์  ครั้งที่ 6 หรืองานศิลปะกับสังคม ครั้งที่ 18 : 40 ปี ตุลา 2516 ทำให้นึกถึงบทละครที่เคยได้เรียนวรรณคดีภาษาอังกฤษ ที่ว่าด้วยเรื่อง แม่มด ผี ผู้หญิง และการใช้ความรุนแรง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการทำงานครั้งนี้

Vinegar Tom เป็นบทละครเฟมินิสต์ชื่อดังที่มีความน่าสนใจตรงที่เล่าเรื่องราวของผู้หญิงจากมุมมองของผู้หญิงในยุคล่าแม่มดซึ่งผู้หญิงถูกกล่าวหา ถูกทรมาน และถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เราหยิบบทละครเรื่องนี้มาแปลและดัดแปลงเป็นภาษาไทย โดยปรับจากการล่าแม่มดมาเป็นการล่าผีในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เราจะได้เห็นตัวละครผู้หญิงหลายแบบและการตัดสินใจที่แตกต่างกัน เริ่มจากเหตุการณ์เล็กๆที่ถูกขยายตัวใหญ่ขึ้นด้วยความไม่ชอบและความกลัวจนกลายเป็นความแปลกแยกต่อกัน ซึ่งทำให้เราเห็นความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบัน

ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ บทละครเรื่องเคยถูกนำเสนอในรูปแบบละครแนว Epic Theatre ซึ่งตรงกับความสนใจของพระจันทร์เสี้ยวการละคร เราจึงอยากทำงานค้นคว้าทดลองในการปรับเปลี่ยนบริบทฝรั่งให้เป็นไทยโดยผ่านการเล่าเรื่องโดยใช้นักแสดง 9 คน ที่จะแสดงเป็นตัวละครหลักและตัวละครอีกหลายตัวละคร โดยผสมผสานด้วยเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่และนำเพลงลูกทุ่งชื่อดังในอดีตมาช่วยเล่าเรื่องและเป็นลูกขัดของเรื่อง เพื่อให้เกิดการทำให้แปลกและไม่แปลกได้ในเวลาเดียวกัน เป็นทั้งการเสียดสีเหมือนกับภาวะความสนุกแบบหรรษาพาไป 





รายชื่อนักแสดง
ฟารีดา จิราพันธุ์
เกรียงไกร ฟูเกษม
กวินธร แสงสาคร
ดลฤดี  จำรัสฉาย
จิรัชพงศ์ เรืองจันทร์
ลัดดา คงเดช
อรุณโรจน์ ถมมา
กอใจ อุ่ยวัฒนพงศ์
พิชญา ม่วงสุขำ


รายชื่อทีมงาน  
กำกับการแสดงและดัดแปลงบท สินีนาฏ เกษประไพ
แปลบท อรดา ลีลานุช
แต่งเพลงและดนตรี นายท่าน จันทร์เรือง
ฝึกร้องเพลง  ช่อลดา สุริยะโยธิน
ออกแบบท่าเต้นเพลงลูกทุ่ง  สุธี ใจเพ็ง
ออกแบบและควบคุมแสง ทวิทธิ์ เกษประไพ
ควบคุมเสียง  สุกัญญา เพี้ยนศรี
กำกับเวที ณัชศลิษฏา วัลย์ณัฐประภา, สุธี ใจเพ็ง, หฤษฎ์ เกิดสงกรานต์
ฝ่ายเทคนิค,ฉาก,อุปกรณ์ประกอบฉาก  ทวิธิ์ เกษประไพ, พลัฏ สังขกร, พิชญ์วัฒน์ ชัชวาล, ชัยวัฒน์ คำดี
ฝ่ายเสื้อผ้า   สินีนาฏ เกษประไพ, ลัดดา คงเดช, ชาคริยา ถิ่นจะนะ, ณัชศลิษฏา วัลย์ณัฐประภา
ประชามสัมพันธ์  ลัดดา คงเดช
ฝ่ายบัตรและหน้างาน ศรวณี ยอดนุ่น, อรดา ลีลานุช, ชาคริยา ถิ่นจะนะ, ชลดี แจ่มปฐม
ถ่ายภาพนิ่ง จิรัชพงศ์ เรืองจันทร์,อดิเดช ชัยวัฒนกุล,  จีรณัทย์ เจียรกุล 
สูจิบัตร พิชญ์วัฒน์ ชัชวาล
ทีมงานเซ็ทอัพและสนับสนุน  กรุง, อเล็กซ์, มายด์, ลูกแก้ว, อิง, เบญจ์,


ขอบคุณผู้สนับสนุน
สถาบันปรีดี พนมยงค์
ครูคำรณ คุณะดิลก
ผศ.ศรวณีย์ สุขุมวาท
คุณสินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย
อ.นพีสี เรเยส
ดร.ปอรรัชม์ ยอดเณร
น้ำดื่มตรา OMIZU


17 June 2013

ภาพบรรยากาศในงานมหกรรมการแสดงแสนหรรษา ครั้งที่ 15

บรรยากาศงานรำลึกครูองุ่น มาลิก หรืองานมหกรรมการแสดงแสนหรรษา ปีนี้จัดกันมาเป็นครั้งที่ 15 แล้ว ปีนี้อบอุ่นและหรรษาเฮฮามาก
รายการแรกเริ่มด้วยนิทานช่วยกันเล่าโดยพี่ๆและเพื่อนพระจันทร์เสี้ยวชักชวนน้องและครอบครัวมาช่วยกันเล่านิทานด้วยกัน สนุกสนานกันมากกับการเล่านิทานไปเล่นไปด้วยกันทั้งห้องประชุม







การแสดงชุดที่สองนี้คือเด็กๆจากโรงเรียนสืบสานศิลปะวัฒนธรรมล้านนา วัดวชิรธรรมสาธิต มาร่วมงานกับเราทุกปี โดยการนำของแม่จำปา แสนพรม



รายการต่อมาคือการแสดงละครหุ่นในโรงเล็กเรื่อง "นกฮูกกับแมวเหมียว" ท่องเที่ยวในทะเล น่ารักเล็กๆในโรงหุ่นจิ๋ว โดยพี่ๆคณะละครยายหุ่น




ละครหุ่นน่ารักทั้งหุ่นและคนเล่าเรื่อง "เจ้าชายกบ" จากคณละครหุ่น Mommy Puppet โดยแม่แก้ม น้องจี้ ครอบครัว และนักดนตรี ที่มาร่วมงานกับเราเป็นครั้งแรกในปีนี้





นักแสดงหลากหลายมากกับเรื่องนี้ "ไก่เกเร" คณะละครยายหุ่น จากพี่ๆพระจันทร์เสี้ยวการละคร ที่แปลงร่างไปเชิดหุ่น แล้วตั้งชื่อคณะว่ายายหุ่น เพื่อเป็นที่ระลึกให้กับ ครูองุ่น มาลิก ที่ทำหุ่นและแสดงละครหุ่นเชิดมือเพื่อเด็กๆ เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย





มหัศจรรย์แสงและเงากับ "กระต่ายกับเต่า" จากพี่ๆกลุ่มมละครมะขามป้อม สนุกสนานกันมากกับการเล่าเรื่อง หุ่นมือ ดนตรี และ หุ่นเงา






รายการสุดท้ายเฮฮาหรรษกับรายการสุดท้ายของเรา Baby Mime Show กับนักละครใบ้อารมณ์ดี ที่ชอบสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม และยังช่วยนำภาพวาดมาประมูลหารายได้สมทบทุนเข้ามูลนิธิไชยวนาด้วย



มูลนิธิไชยวนา สถาบันปรีดี พนมยงค์ และพระจันทร์เสี้ยวการละครขอขอบคุณเหล่าศิลปินนักเชิดหุ่นที่มาร่วมแสดงและสร้างเสียงหัวเราะและความสุขให้กับเด็กๆและผู้ชมร่วมกันในปีนี้ค่ะ





และขอขอบคุณผู้ชมที่มาร่วมชมด้วยกันอย่างมีความสุข




07 May 2013

แนะนำผู้กำกับโปรเจค 1/4


ประวัติผู้กำกับทั้ง 4 คนของเราใน 'โปรเจค 1/4'  



สุกัญญา เพี้ยนศรี
สนใจและเริ่มทำละครตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย ต่อมาเข้าศึกษาต่อและจบจากสาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการละคร มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา มีผลงานกำกับเรื่อง "Drawing" เข้าร่วมเป็นสมาชิกพระจันทร์เสี้ยวการละครในปี 52 มีผลงานการแสดงและกำกับเรื่อยมา ผลงานกำกับล่าสุดคือ "Fall ร่วง หก ตก หล่น" ซึ่งสร้างสรรค์และแสดงร่วมกับ ศิริธร ศิริวรรณ



รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ
ผู้กำกับและนักเขียนบทประจำคณะ Pastel Theatre เริ่มต้นสนใจละครจากการแสดงเป็นเด็กยกของในเทศกาลละครเล็กๆ ของเครือข่ายหน้ากากเปลือย หลังจากฝึกละครกับเครือข่ายหน้ากากเปลือยอยู่ ๓ ปี จึงเริ่มมีผลงานการเขียนบท และการกำกับการแสดงออกมา เมื่อเริ่มมีแนวทางเป็นของตนเองจึงรวมตัวกับเพื่อน ๓ คนออกมาตั้งกลุ่ม Pastel Theatre ปัจจุบันทำการศึกษาหาความรู้ด้านการละครเพิ่มเติมจากการเรียนปริญญาโท ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการร่วมงานละครกับกลุ่มละครอาชีพอื่นๆ ผลงานการเขียนบท และกำกับการแสดงที่ผ่านมาในนาม Pastel Theatre คือ เรื่อง “วันที่สหายพายุกลับบ้าน” และผลงานล่าสุด “คิมจองอิลตายแล้ว”



ศิริธร ศิริวรรณ
จบจากภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยเข้าอบรมโครงการละคร Do Drama ของคณะมนุษยศาสตร์ สถาบันคลังสมอง และพระจันทร์เสี้ยวการละคร หลังจากนั้นจึงเริ่มทำละครกับภาควิชา ต่อมาได้เข้ามาร่วมเป็นนักทำละครกับพระจันทร์เสี้ยวการละคร มีผลงานที่ผ่านมาโครงการอ่านบทละคร "อ่านในใจ" และผลงานกำกับ "fall ร่วง หก ตก หล่น" ซึ่งสร้างสรรค์และแสดงร่วมกับ สุกัญญา เพี้ยนศรี



เบญจ์ บุษราคัมวงศ์
คุณครูที่รักการทำละคร จบการศึกษาจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนใจศิลปะ และละครตั้งแต่เป็นนิสิตชั้นปีที่1 และทำงานละครอย่างต่อเนื่องขณะที่เป็นนิสิต เป็นอดีตประธานชมรมศิลปะการแสดงคณะครุศาสตร์ มีผลงานการกำกับละครเรื่อง "จริงเพียงจริง" และ "รอยยิ้มของอลัน" ในเทศกาลละครกรุงเทพฯ 2551เข้าร่วมเป็นสมาชิกพระจันทร์เสี้ยวการละครในปี 2552 มีผลงานการกำกับในโครงการอ่านบทละคร ได้แก่ อ่านเรื่องรัก, อ่านในใจ และอ่านผู้ชาย ปัจจุบันเป็นครูสอนวิชาสังคมศึกษาที่โรงเรียนภัทราวดีมัธยมศึกษา หัวหิน

19 April 2013

ปิดรับสมัครบทใหม่กับ "10 Minute PlaY" #2






เมื่อวันที่ 15 เม.ย. เป็นวันนี้วันสุดท้ายแล้วกับการรอรับบทใหม่โครงการละครสั้นสิบนาที "1o Minute PlaY" ครั้งที่ 2
  เมื่อ 10 Minut PlaY ครั้งแรกที่เราจัดกันไปเมื่อปีที่แล้ว มีผู้สนใจส่งบทละครสั้นเข้ามาร่วมทั้งสิ้น 26 เรื่อง จากผู้เขียนบท 25 คน และเราได้คัดเลือกบทละครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 8 เรื่อง   สำหรับครั้งนี้มีผู้สนใจส่งบทเข้ามาร่วมโครงการกับเราถึง 30 คน มีบทละครสั้นส่งมาทั้งหมด 42 เรื่อง  


จากนี้ต้องมารอมารอดูกันว่าจะมีบทเดินทางเข้ามากี่เรื่อง และกี่เรื่องที่จะได้เข้าในโครงการและเข้าสู่กระบวนการการนำเสนอกันต่อไป   เราจะประกาศผลตอนสิ้นเดือนเมษายนนนี้ค่ะ โปรดติดตาม  

20 February 2010

โครงการอ่านบทละคร 3

เตรียมพบกับโครงการแรกในปีนี้



โครงการอ่านบทละคร #3
"อ่านผู้หญิง"





ชมการอ่านบทละครเรื่องเล่าของผู้หญิงโดยผู้หญิงนักการละคร
ปัณณทัต โพธิเวชกุล, จารุนันท์ พันธชาติ, ฟารีดา จิราพันธุ์, ภาวิณี สมรรคบุตร, นีลชา เฟื่องฟูเกียรติ, ปานรัตน กริชชาญชัย, ปอรรัชม์ ยอดเณร, อรุณโรจน์ ถมมา, สุกัญญา เพี้ยนศรี, สินีนาฏ เกษประไพ

จัดแสดง วันที่ 13-14 มีนาคม 2553 เวลา 15.00 และ 19.30 น.
@ Crescent Moon Space
สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ (BTS ทองหล่อ)

ชมฟรีไม่เก็บบัตร
สำรองที่นั่ง (รอบละ 40 ที่นั่ง)
โทร 083 995 6040, 081 259 6906
http://www.crescentmoonspace.blogspot.com

16 February 2010

พระจันทร์เสี้ยวสรุปงานปี 2552

พระจันทร์เสี้ยวสรุปงานละครปี 2552

เข้าปี 2553 มาเกือบสองเดือนแล้ว เรามาทบทวนตัวเองว่าเมื่อปีที่แล้วเราทำอะไรกันไปบ้าง เราทำละครทั้งเก็บบัตรและไม่เก็บบัตร อ่านบทละคร การแสดง จัดอบรมเกี่ยวกับศิลปะการละคร ดำเนินงานกับพื้นที่ละครทางเลือก ละครโรงเล็ก Crescent Moon space และนอกจากนั้นก็ยังกิจกรรมอื่นๆอีกหลายๆอย่าง เรามาทบทวนเฉพาะในส่วนงานละครเวที การแสดง และ การอบรมว่ามีเรื่องอะไรบ้าง (ยังจำกันได้ไหม?)


ละครเวที
ละครเวทีเรื่อง “Time’s Up”
ละครเวทีเรื่อง “เชียร์แหลก”
ละครหุ่นและสื่อผสมเรื่อง “ติสตู นักปลูกต้นไม้”
ละครสั้นเรื่อง “หมาเก้าหาง”
ละครเด็กเรื่อง “การเดินทางของส่วนที่หายไป”
ละครเวทีเรื่อง “ไฟล้างบาป” (PURGATORY) เรื่องนี้ได้โกอินเตอร์กับเค้าบ้าง ไปที่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆเรานี่แหละ ไปแสดงในงานเทศกาล Mekong Arts and Media Festival 2009 แสดงที่ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในงานนี้นอกจากจะมีศิลปินในกลุ่มประเทศแม่โขงแล้วก็ยังมีเพื่อนศิลปินมาจาก ฟิลิปปินส์ อเมริกา อินโดนีเซีย และ ญี่ปุ่น มาร่วมด้วย



การแสดง
อ่านบทละคร: อ่าน(เรื่อง)รัก
อ่านบทกวี “บอกรักกับต้นข้าว” งานนี้จัดโดยกรีนพีซ เค้าเชิญเราไปอ่านบทกวีให้กับต้นข้าวที่สวนรถไฟ จตุจักร
การแสดงโชว์เคสจากการอบรม Crescent Moon Summer Class และ ปาร์ตี้ปีสามของละครโรงเล็ก นำเสนอ 4 เรื่องสั้นจากการอบรม คือ เด็กหญิงโมนากับภาพวาด, แทนคำนำ, ร้านขนมปัง, หมาเก้าหาง
อ่านบทละคร: อ่านสันติภาพ ร่วมแสดงในเทศกาล ศิลปะนานาพันธุ์ ในวาระครบรอบ ชาตกาล 110 ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ อภิวัฒน์สู่สันติ : Change to peace

การจัดอบรม
อบรมการแสดงเบื้องต้น Back to Basic (ครั้งที่ 1)
อบรมผู้นำกระบวนการละครสร้างสรรค์ (Training for the Trainers)
อบรมกระบวนการกลุ่ม และ Devised Workshop
อบรมการแสดงเบื้องตั้น Back to Basic (ครั้งที่ 2)
อบรมออกแบบแสง Stage Lighting Design
อบรมการแสดงเบื้องต้น Back to Basic (รุ่นที่ 3)

นอกจากนั้นก็มีกิจกรรมอื่นๆ เกี่ยวกับส่วนวิชาการและ Art Exhibition ส่วนปีนี้ก็โปรดติดตามกันต่อไป จะมีงานใหม่ๆทยอยออกมาให้ได้ชมกันเร็วๆนี้







14 February 2010

พระจันทร์เมื่อต้นปี

พระจันทร์กลับมาแล้วหลังจากหายหน้าหายตาไปเป็นเดือน เรากลับมาอัพเดทในวันปีใหม่จีนและวันแห่งความรัก ขอให้งานเข้า ขอให้ความรักเยียวยาและรักษาจิตใจ(สาธุ) ช่วงนี้เรากำลังเตรียมงานอ่านบทละคร ที่ทำมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ครั้งนี้เราชวนนักทำละครผู้หญิงสิบคนมาอ่านเรื่องของผู้หญิงที่อยู่ในใจพวกเธอ ในธีมว่า “อ่านผู้หญิง” จะจัดแสดงในวันที่ 13-14 มีนาคมเดือนของผู้หญิง มี 4 รอบเท่านั้น ชมฟรี แต่ไม่ปฏิเสธการหยอดกล่อง หลังจากแสดงก็อยากจะชวนผู้ชมที่สนใจอยู่คุยกันก่อนในเรื่องของหนังสือและเรื่องราวที่เกี่ยวกับผู้หญิง

ปีนี้สถาบันปรีดี พนมยงค์ จะครบรอบ 15 ปี แห่งการก่อตั้ง ปีนี้ก็จะมีกิจกรรมต่างๆเยอะแยะมากมาย และหนึ่งในกิจกรรม(หลายๆกิจกรรม)ที่พระจันทร์เสี้ยวเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยก็คือ การเป็นส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มองค์กรหนึ่งที่อยู่ในสถาบันปรีดี พนมยงค์ มาตั้งแต่ปี 2541 ก็ร่วมๆ 12 แล้ว ที่มาอยู่มาใช้พื้นที่ทำกิจกรรมละครและกิจกรรมสร้างสรรค์ในที่แห่งนี้ เราทำหน้าที่ในฝ่ายงานศิลปวัฒนธรรมของสถาบันปรีดี พนมยงค์ จะช่วยจัดกิจกรรมหลายๆอย่าง เช่น งานศิลปะกับสังคม, งานศิลปะเด็ก, งานศิลปะนานาพันธุ์ และที่ขาดไม่ได้คือ งานรำลึก ครูองุ่น มาลิก หรืองานมหกรรมการแสดงแสนหรรษา
ในปีนี้ราวๆเดือนมิถุนายน ทางสถาบันจะจัดแสดงภาพถ่ายกิจกรรมและกลุ่มองค์กรในสถาบันฯ และเราพระจันทร์เสี้ยวการละครก็จะจัดแสดงภาพถ่ายผลงานที่ผ่านๆมาของเราเท่าที่เรามีบันทึกเก็บไว้ตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมาซึ่งเป็นปีแรกในการเปิดอาคารสถาบันปรีดี พนมยงค์
ดังนั้นก็เลยมีการถ่ายรูปร่วมกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่เนื่องจากผู้คนมากมายกว่าจะรวมตัวกันได้ครบจึงเป็นไปได้ยากยิ่ง ก็ดูรูปที่รวมกันมาได้มากที่สุดก็แล้วกัน แต่ละกลุ่มองค์กรก็มีคอนเซปท์การแต่งตัวกันต่างๆกันไป


- นี่ไม่ใช่หนังหรือละครเรื่องใหม่ แต่พวกเราเป็นชาวโบ(ราณ) ลงความเห็นกันแล้วว่าหน้าตาบ้านๆอย่างพวกเรา แฟชั่นยุคคุณแม่ยังสาวนี่และใช่เลย



- หนุ่มสาวรุ่นใหม่ในชุดเก่า (ในภาพนี้สมาชิกเรามาไม่ครบทุกคน บางคนก็ติดงานอยู่ต่างจังหวัด)



- อันนี้ป้ากับลุงมาสาย ก็เลยไม่เข้าพวก




- และนี่คือหมู่มวลที่ทำงานสร้างสรรค์ในพื้นที่เดียวกัน (ในภาพขาดกลุ่มบีฟลอร์ เนื่องจากบีฟลอร์มาก่อนและต้องไปธุระก่อนจะได้ถ่ายภาพรวม)


- พระจันทร์เสี้ยวกับเบบี้ไมม์